เว็บไซต์ของ เดอะ วอชิงตันโพสต์ สื่อชั้นนำของสหรัฐอเมริกา รายงานเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ว่า ในบันทึกช่วยจำของทำเนียบขาว ที่คณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ นำออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับปฏิบัติการที่กองทัพสหรัฐส่งโดรนโจมตีสังหารนายพลคัสเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการทหารหน่วยคุดส์ หน่วยรบพิเศษของอิหร่าน เสียชีวิตในประเทศอิรักเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีถ้อยคำใดในบันทึกช่วยจำดังกล่าวที่ระบุว่าเป็น “ภัยคุกคามที่ใกล้จะถึงตัว” อย่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวอ้างเป็นเหตุผลของการสั่งโจมตีสังหารผู้บัญชาการทหารผู้ทรงอิทธิพลของอิหร่านรายนี้แต่ดย่างใด
ทว่าบันทึกช่วยจำดังกล่าวที่มีความยาว 2 หน้ากระดาษ ระบุว่า การโจมตีขบวนรถของนายพลโซไลมานีใกล้กับสนามบินในกรุงแบกแดดในวันเกิดเหตุ มีขึ้นเพื่อตอบโต้การโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐที่เกิดขึ้นในหลายครั้งที่ผ่านมา และเพื่อยับยั้งอิหร่านจากการลงมือก่อเหตุโจมตีหรือสนับสนุนให้มีการโจมตีผลประโยชน์สหรัฐในอนาคต
การโจมตีปลิดชีพนายพลโซไลมานีของกองทัพสหรัฐภายใต้คำสั่งของทรัมป์ ได้จุดความโกรธเกรี้ยวไม่พอใจให้กับสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครต ตลอดจนสมาชิกพรรครีพับลิกันส่วนหนึ่งด้วย จากการที่ทรัมป์อนุมัติคำสั่งโจมตีที่ทำให้บรรยากาศขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าวที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งตึงเครียดหนักขึ้น โดยไม่ได้ขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเสียก่อน และยิ่งทำให้มีความกังขาให้มีมากขึ้นว่าสิ่งที่ทำเนียบขาวดำเนินการลงไปนั้น เป็นการยับยั้งต่อสิ่งที่เป็นภัยคุกคามที่ใกล้จะมาถึงตัวจริงหรือไม่
นายเอเลียต แอล เอ็นเจล ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์จากพรรคเดโมแครต กล่าวว่า รายงานอย่างเป็นทางการฉบับนี้ เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับคำยืนยันอันเป็นเท็จของประธานาธิบดีสหรัฐที่กล่าวอ้างว่าการสั่งโจมตีอิหร่านของเขามีขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีที่ใกล้จะมาถึงตัวเจ้าหน้าที่และสถานทูตของสหรัฐ
ด้านทำเนียบขาวยังไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ ในเรื่องบันทึกช่วยจำนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

