สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมว่า สิงคโปร์ปฏิเสธที่จะล้มเลิกการดำเนินคดีต่อผู้รับผิดชอบเหตุหมอกควันที่เข้าปกคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปีที่ผ่านมา แม้สิงคโปร์จะประสบปัญหาในการนำตัวผู้กระทำผิดขึ้นพิจารณาคดีในศาลและถูกอินโดนีเซียวิจารณ์
ไฟป่าถือเป็นปัญหาช่วงฤดูแล้งที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียทุกปี สืบเนื่องจากการจุดไฟเพื่อถางที่สำหรับเพาะปลูกมีค่าใช้จ่ายต่ำและรวดเร็ว แต่เมื่อปีที่ผ่านมา หมอกควันจากไฟป่าแพร่กระจายไปตามประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบางพื้นที่ของไทย ส่งผลให้โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดทำการและประชาชนต้องทนรับสภาพหมอกควันที่มีย่ำแย่ ซ้ำยังส่งผลให้ระดับมลพิษพุ่งสูงจนเป็นอัตรายและทำให้ประชาชนหลายพันคนในพื้นที่ประสบภัยต้องล้มป่วย
นายอนิล กุมาร นายาร์ เอกอัตรราชทูตสิงคโปร์ประจำอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า “ทางการสิงคโปร์จะติดตามตัวผู้ก่อปัญหาครั้งนี้” โดยสิงคโปร์ได้แจ้งบริษัทต่างๆ 6 บริษัทในอินโดนีเซียซึ่งเป็นที่เชื่อว่าใช้วิธีการเผาป่าเพื่อถางที่แต่อาจดำเนินการไปที่เป้าหมายอื่นๆ ท่ามกลางการสืบสวนที่คงดำเนินต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความพยายามของสิงคโปร์ที่จะลงโทษบริษัทอินโดนีเซียภายใต้กฎหมายต่อต้านหมอกควันของตนเองทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียไม่พึงพอใจ สิงคโปร์แย้งว่าภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศสามารถอนุญาตให้รัฐต่างๆ สามารถดำเนินการตามกฎหมายแม้ภัยที่เกิดขึ้นจะเป็นผลจากการกระทำนอกเหนืออำนาจศาลของตน แต่รัฐบาลอินโดนีเซียตั้งคำถามกลับว่า สิงคโปร์จะใช้วิธีใดในการไล่ตามตัวพลเรือนอินโดนีเซียเพื่อนำตัวขึ้นพิจารณาคดี โดยเฉพาะเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกัน
ทั้งนี้ กฎหมายต่อต้านหมอกควันของสิงคโปร์มีบทลงโทษปรับบริษัทท้องถิ่นหรือบริษัทต่างชาติที่กระทำผิดเป็นเงิน 100,000 เหรียญสิงคโปร์ (ประมาณ 2,596,660 บาท) ในแต่ละวันที่ประชาชนต้องทนสภาพอากาศที่เป็นมลพิษ

