“ฮู” เตือนถึงหัวเลี้ยวหัวต่อทั่วโลก สถาบันการเงินชี้ “โควิด-19” ทำศก.โลกถดถอย

28.02.20 | 17:51 น.
รอยเตอร์

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ฮู) แถลงเตือนที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 มาถึงช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่จะกลายเป็นการระบาดใหญ่ทั้งโลก พร้อมกันนั้นก็เตือนทุกประเทศว่า หากไม่เร่งมือจัดการควบคุมโรคอย่างเฉียบพลันการระบาดก็อาจหลุดพ้นออกไปอยู่นอกเหนือการควบคุมได้อย่างรวดเร็ว โดยย้ำอีกครั้งถึงความกังวลต่อสถานการณ์การระบาดอย่างรวดเร็วในอิตาลี, เกาหลีใต้ และอิหร่าน

“ถ้าพวกคุณดำเนินการเชิงรุกเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก็อาจสามารถควบคุมไวรัสได้ ป้องกันประชาชนไม่ให้ป่วย ช่วยชีวิตคนไว้ได้” นายกีบรีเยซุสกล่าวพร้อมกับเน้นย้ำว่า ทุกประเทศควรให้แน่ใจว่าระบบสาธารณสุขของตัวเองมีความพร้อมต่อการรับมือการระบาดได้ โดยยกตัวอย่างกรณีของจีนที่ดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาด ซึ่งในที่สุดก็สามารถนำโรคเข้ามาอยู่ในความควบคุมได้ในที่สุด

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกระบุด้วยว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อ มีอาการไข้ โดยราว 70 เปอร์เซ็นต์มีอาการไอแห้งๆ ร่วมด้วย แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่มีอาการน้ำมูกไหลร่วมด้วยแต่อย่างใด

ด้านนายไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินของฮู ระบุถึงกรณีอิหร่านซึ่งมีสัดส่วนการเสียชีวิตสูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่พบเพียง 245 รายเท่านั้นในขณะที่อัตราการเสียชีวิตที่อื่นๆอยู่ที่ราว 2 เปอร์เซ็นต์ว่า ปัจจัยสำคัญน่าจะเป็นเพราะว่า อิหร่านไม่ได้ตรวจสอบพบผู้ติดเชื้อทั้งหมด เพียงพบผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการหนักแล้วเท่านั้น

ขณะที่แบงก์ออฟอเมริกา วาณิชธนกิจในสหรัฐอเมริกาประกาศปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงสู่ระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกขึ้นเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ส่วน มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ของโลกให้ความเห็นว่า หากเกิดการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกจะส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งของสหรัฐอเมริกาและของโลกตกอยู่ในภาวะถดถอยอย่างน้อยก็ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

Advertisement

ด้านสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก (ดับเบิลยูทีทีซี) แถลงเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ถึงการคำนวณความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโลก โดยทำงานร่วมกับบริษัทวิจัย ออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิคส์ ระบุว่าภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเสียหายจากการแพร่ระบาดครั้งนี้เป็นมูลค่าอย่างน้อย 22,.000 ล้านดอลลาร์ โดยอาศัยการประเมินจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคซาร์สและไข้หวัดนกในอดีต ทั้งนี้ถ้าหากการระบาดครั้งนี้ยืดยาวเหมือนกรณีของซาร์ส ซึ่งกว่าจะสิ้นสุดก็เป็นในเดือนกรกฎาคม ความเสียหายก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว คือประมาณ 49,000 ล้านดอลลาร์ แต่ในกรณีที่ยืดยาวออกไปมากกว่านั้น ความเสียหายจะสูงถึง 73,000 ล้านดอลลาร์

ประเทศที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดเป็นประเทศที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจากจีนมากที่สุด อย่างเช่น ฮ่องกง, มาเก๊า, ไทย, กัมพูชาและฟิลิปปินส์

à¡ÒеԴ·Ø¡Ê¶Ò¹¡Òóì¨Ò¡ Line@matichon ä´é·Õè¹Õèà¾ÔèÁà¾×è͹