เอาไงดี? นักวิทย์มะกัน เตือนไม่ป่วยอย่าใส่หน้ากาก ชี้ ‘ยิ่งใส่ยิ่งเสี่ยง’ ติดโควิด-19

เอาไงดี? นักวิทย์มะกัน เตือนไม่ป่วยไม่ต้องใส่หน้ากาก ชี้ยิ่งใส่ยิ่งเสี่ยงติดโควิด-19

นักวิทย์มะกัน เตือนไม่ป่วยไม่ต้องใส่หน้ากาก ชี้ยิ่งใส่ยิ่งเสี่ยงติดโควิด-19 เหตุผิดวัตถุประสงค์ ชี้ใส่แล้วเพิ่มความเสี่ยงมือจับหน้า แถมทำหน้ากากขาดตลาดกระทบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรักษาผู้ป่วย ยันล้างมือบ่อยๆคือวิธีที่ดีที่สุด

เว็บไซต์ฟอร์บส์ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการสวมใส่หน้ากากในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อ้างการเปิดเผยของ “อีไล เพเรนเซวิช” ศาสตราจารย์ด้านการแพทย์และระบาดวิทยาจากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยไอโอวา สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ประชาชนที่สุขภาพดีไม่ได้มีอาการป่วยไม่ควรต้องซื้อหรือสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือแม้แต่หน้ากาก N95 ป้องกันตัวจากไวรัสโควิด-19 

เพเรนเซวิช ระบุว่า ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าการสวมใส่หน้ากากช่วยปกป้องผู้สวมใส่จากเชื้อไวรัสได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสวมผิดวิธีจะยิ่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้นเพราะจะเพิ่มโอกาสที่จะใช้มือสัมผัสใบหน้ามากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สิ่งที่ต้องทำก็คือให้สวมใส่หน้ากากอนามัยเฉพาะเวลาที่ป่วยเท่านั้น เนื่องจากหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ออกแบบมาเพื่อป้องกันละอองน้ำลายที่มาพร้อมกับไวรัสแพร่กระจายออกจากผู้สวมใส่ ไม่ได้ป้องกันละอองน้ำลายเข้าสู่ตัวผู้สวมใส่ และการสวมใส่หน้ากากอนามัยยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้แพร่เชื้อสู่ผู้อื่นมากยิ่งขึ้น หากไม่ล้างมือก่อนใส่ รวมไปถึง ล้างมือหลังจากถอดหน้ากาก รวมไปถึงทิ้งอย่างถูกวิธี

เพเรนเซวิช ระบุว่า หน้ากากที่สามารถป้องกันไวรัสได้ก็คือหน้ากากที่เรียกว่า respirator หน้ากากทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ N95 หรือ FFT2 ซึ่งจำเป็นต้องสวมใส่อย่างถูกวิธี เป็นหน้ากากที่ใช้สำหรับเจ้าหน้าที่แพทย์ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้มีโรคติดต่อร้ายแรง

ซึ่งหน้ากากชนิดนี้จำเป็นต้องใช้ครั้งเดียวทิ้ง ต้องได้รับการฝึกฝนการใช้ ต้องถอดและทิ้งอย่างถูกวิธีด้วยเพื่อไม่เพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อต่อให้กับผู้อื่น อย่างไรก็ตามผู้ผลิตหน้ากากชนิดนี้ก็ยังระบุเอาไว้ด้วยว่าไม่สามารถป้องกันผู้สวมใส่จากการสัมผัสเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์

เพรนเซวิช ระบุด้วยกว่าการสวมใส่หน้ากากนั้นจะเพิ่มความหวาดกลัวให้กับสังคมอย่างผิดๆ แม้จะสวมใส่อย่างถูกต้อง ระมัดระวัง การซื้อหน้ากากในช่วงที่เกิดความขาดแคลนยังส่งผลกระทบกับโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ต้องการหน้ากากเอาไว้ใช้ทำงานกับผู้ติดเชื้อจริงๆอีกด้วย หากกลุ่มคนเหล่านี้ป่วยและต้องรักษาตัวก็จะส่งผลกระทบกับกำลังคนในการต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดอีกต่อหนึ่ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

 

แนวคิดดังกล่าวถึงกับทำให้เจอโรม อดัมส์ แพทย์ศัลยกรรมสหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านทวิตเตอร์ร้องขอให้ผู้คน “หยุดซื้อหน้ากาก” โดยเหตุผลว่า นอกจากการสวมหน้ากากจะไม่ได้ผลดีแล้ว ยังทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าถึงหน้ากากได้ยากขึ้น

คาเรน เฟล็มมิ่ง ศาสตราจารย์ด้านชีวฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอพสกิน สหรัฐอเมริกา ระบุว่า วิธีการที่ดีที่สุดคือ อย่าใช้มือสัมผัสใบหน้าโดยเฉพาะปากและจมูก ล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆทั้งก่อนและหลังกินอาหาร จะเป็นวิธีฆ่าไวรัสได้ดีที่สุด เนื่องจากโควิด-19 เป็นไวรัสที่มีเปลือกเป็นสารอินทรีย์ประเภทไขมัน สามารถถูกฆ่าได้ง่ายดายด้วยน้ำสบู่ 

นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า สามารถป้องกันตนเองได้ด้วยการพยายามอยู่ห่างจากผู้ที่มีอาการป่วย ไอหรือตาม อย่างน้อย 3 ฟุต ระยะที่ละอองสารคัดหลั่งสามารถแพร่กระจายได้ นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่าควรเตรียมความพร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นและอาหารให้พร้อมกรณีฉุกเฉินอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ เช่นเดียวกับการเตรียมความพร้อมกับสิ่งไม่คาดคิดเช่นภัยธรรมชาติ หรือวิกฤตพลังงานเป็นต้น

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน : ร้านบะหมี่ โดย เชฟวิลแมนต์ ก๋วยเตี๋ยวไฟน์ไดนิ่ง รสชาติว้าวไม่ต้องปรุงเพิ่ม
บทความถัดไป‘อนุสรณ์’ ซัด ‘ประยุทธ์’ เอาเวลาฉลองมาแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติ-ปชช.ดีกว่า