รัฐบาลกรุงโซลของเกาหลีใต้เดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายอี มัน ฮี เจ้าลัทธิชินชอนจิ พร้อมกับผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 12 คนในข้อหาฆาตกรรมหลังปกปิดข้อมูลรายชื่อของสมาชิก ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งพยายามตรวจสอบเพื่อติดตามที่มาในการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในเกาหลีใต้
นายปาร์ค วอน ซอน ผู้ว่าการกรุงโซลระบุว่า นายอีพร้อมกับผู้นำลัทธิคนอื่นๆ ได้ร่วมมือกันขัดขวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งจะสามารถช่วยรักษาชีวิตผู้คนจำนวนมากที่ตายลงในภายหลังอันมีสาเหตุมาจากไวรัสดังกล่าว
“สถานการณ์ในเรื่องนี้ทั้งร้ายแรงและเร่งด่วน แต่ขณะนี้บรรดาผู้นำลัทธิชินชอนจิ รวมทั้งนายอี ไม่ทราบว่าหายตัวไปที่ใด”นายปาร์ค วอน ซอนกล่าว
รัฐบาลกรุงโซลได้ยื่นร้องคดีอาญาต่อสำนักงานอัยการกลางกรุงโซล เพื่อขอให้มีการสอบสวนในอีและพวกอีก 12 คนภายใต้ข้อหาฆาตกรรมและกระทำการอันเป็นการละเมิดกฏหมายเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค
รัฐบาลท้องถิ่นกรุงโซลได้ขอให้อัยการตั้งข้อหากับนายอีและพวกหลังจากที่สตรีซึ่งเป็นสาวกของลัทธินี้เป็นผู้ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักในเมืองแทกูที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ จนทำให้ทางการสั่งตรวจสอบผู้ที่เป็นสมาชิกของลัทธิกว่า 260,000 คนแต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากลัทธิชินชอนจิ ที่ระบุว่าจะยินยอมให้ตรวจภายใต้เงื่อนไขว่ารัฐบาลต้องรักษาความลับเกี่ยวกับตัวตนของสมาชิกเท่านั้น
ปัจจุบันเกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากที่สุดนอกประเทศจีน โดยตัวเลขของผู้ติดเชื้อล่าสุดเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 4,212 คนแล้ว ขณะที่มีผู้เสียชีวิตในเกาหลีใต้แล้ว 17 ราย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

