หน้าแรก ต่างประเทศ แฉ 83 แบรนด์ด...

แฉ 83 แบรนด์ดังบังคับใช้แรงงานอุยกูร์

2.03.20 | 17:34 น.
(AP Photo/Ng Han Guan, File)

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สถาบันนโยบายเชิงยุทธศาสตร์แห่งออสเตรเลีย (เอเอสพีไอ) องค์กรทางวิชาการอิสระในออสเตรเลียแถลงเมื่อวันที่ 2 มีนาคมนี้ระบุว่า จีนบังคับให้ชาวอุยกูร์ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในค่ายกักกันในมณฑลซินเจียงราว 80,000 คน แยกย้ายกันออกไปใช้แรงงานในโรงงานผลิตที่ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ให้กับผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าดังๆ ระดับโลกมากถึง 83 แบรนด์ในมณฑลต่างๆ ทั่วประเทศจีน ครอบคลุมผลิตภัณฑ์มากถึง 3 กลุ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยี, เสื้อผ้าสำเร็จรูปและอุตสาหกรรมยานยนต์

“ตอนนี้ชาวอุยกูร์เหล่านั้นกำลังทำงานอยู่ในโรงงานซึ่งอยู่ในห่วงโซ่ซัพพลายของผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันดีมากถึง 83 ผลิตภัณฑ์” ถ้อยแถลงของเอเอสพีไอระบุ โดยอ้างว่า โรงงานจำนวนหนึ่งในจีนบังคับใช้แรงงานอุยกูร์เหล่านี้ภายใต้โครงการโอนย้ายแรงงานที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน และระบุว่า แบรนด์สินค้าที่ใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากโรงงานเหล่านี้นั้น รวมถึง ผลิตภัณฑ์ของบริษัทแอปเปิล, บีเอ็มดับเบิลยู, แก๊ป, หัวเว่ย, ไนกี้, ซัมซุง, โซนี่ และ โฟล์คสวาเกน

“บรรดาบริษัทที่ใช้แรงงานชาวอุยกูร์โดยการบังคับใช้ให้ผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนสำหรับการผลิตสินค้าของตนนั้น อาจเสี่ยงต่อการตกอยู่ในสภาพเป็นผู้ละเมิดกฎหมายซึ่งห้ามการนำเข้าซึ่งสินค้าที่ผลิตโดยการบังคับใช้แรงงาน หรือละเมิดข้อกำหนดว่าด้วยการเปิดเผยการบังคับใช้แรงงานในห่วงโซ่ซัพพลายของตนเอง และเรียกร้องให้บริษัทที่มีรายชื่ออยู่ในรายงานชิ้นนี้เร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่การผลิตของตนในจีนโดยทันทีและอย่างทั่วถึง ซึ่งรวมถึงการดำเนินการตรวจสอบและตรวจพื้นที่โดยหน่วยงานอิสระที่ได้รับการยอมรับ

รายงานย้ำไว้ด้วยว่า ก่อนหน้านี้ภายในค่ายกักกันที่ซินเจียงมีชนกลุ่มน้อยถูกควบคุมตัวอยู่ราว 1 ล้านคนโดยส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลาม

เมื่อมีการสอบถามกรณีนี้ รัฐบาลจีนตอบปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงในตอนแรก ก่อนยอมรับในเวลาต่อมา แต่อ้างว่า บรรดาสถานที่เหล่านั้นเป็น “ศูนย์เพื่อให้การศึกษาเชิงวิชาชีพ” ซึ่งมี “นักเรียน” ถูกส่งตัวไปเพื่อให้เรียนรู้ภาษาจีนกลาง และฝึกทักษะในการทำงาน อันเป็นความพยายามของทางการจีนเพื่อดึงคนเหล่านั้นให้หลุดพ้นออกมาจากความคิดตามลัทธิสุดโต่งทางศาสสนา ดำเนินการก่อการร้าย และแบ่งแยกดินแดน ในเวลาเดียวกันก็อ้างอย่างเปิดเผยและเป็นทางการว่าเป็นการถ่ายโอน “แรงงานส่วนเกิน” ในซินเจียงไปยังภูมิภาคอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ทั้งนี้สำนักข่าวซินหัวระบุว่า ในปีที่ผ่านมามีแรงงานจากซินเจียงถูกโยกย้ายเข้ามาในพื้นที่ตอนในมากกว่า 25,000 คน

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน