สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ “โควิด-19” เสียชีวิตรายแรกของรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่ยอดรวมผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาพุ่งขึ้นเป็น 11 ราย
สาธารณสุขลอสแองเจลิส ระบุว่า ผู้เสียชีวิตรายแรกจากโควิด-19 ของรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้สูงอายุจากเพลเซอร์ เคาน์ตี ใกล้กับเมืองซาคราเมนโต เป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว และน่าจะติดเชื้อจากการล่องเรือสำราญระหว่างซานฟรานซิสโก และเม็กซิโก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดในสหรัฐ ถือเป็นผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรกนอกรัฐวอชิงตันของสหรัฐอเมริกา โดยรัฐวอชิงตันมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 แล้ว 10 ราย และติดเชื้ออย่างน้อย 39 ราย ในการระบาดที่เกิดขึ้นในชุมชนจาก 2 เคาน์ตี ในเมืองซีแอตเติล
หลังข่าวการตายของผู้ป่วยโควิด-19 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย นายกาวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้นทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่พบผู้ติดเชื้อในรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว 53 ราย
นิวซัมกล่าวในแถลงการณ์ ระบุว่า “รัฐแคลิฟอร์เนีย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับของรัฐบาลช่วยในการระบุตัวผู้ป่วย และชะลอการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัส”
ทั้งนี้ จุดที่มีการระบาดหนักที่สุด คือที่ศูนย์ไลฟ์แคร์ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ในเมืองเคิร์กแลนด์ ชานเมืองซีแอตเติล ที่พบผู้ติดเชื้อ 18 ราย และในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

