การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ส่งผลให้เกิดกระแสการกวาดซื้อข้าวของมากักตุนไว้ทั่วโลก โดยเฉพาะกระดาษทิชชูแบบม้วน น้ำยาล้างมือ และหน้ากากอนามัย จนเกิดภาวะสินค้าขาดตลาด แม้ว่ารัฐบาลประเทศต่างๆ รวมถึงองค์การอนามัยโลก หรือฮูจะออกมาเรียกร้องให้ผู้คนอย่าตื่นตระหนกก็ตาม
ชั้นวางสินค้าที่ว่างเปล่าถูกพบทั่วโลก ตั้งแต่ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไปจนถึงฝรั่งเศส และอเมริกา โดยซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ประกาศใช้มาตรการ ปันส่วนการขายทิชชูม้วน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาระงับเหตุการต่อสู้แย่งชิงสินค้าที่กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากของผู้บริโภค จนถึงขั้นมีการชักมีดขึ้นมาข่มขู่กัน
ในญี่ปุ่น นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ต้องทวีตข้อความเพื่อลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนสินค้าของประชาชน ขณะที่ในสหรัฐมีการโพสต์ภาพผ่านโซเชียลมีเดียจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงชั้นวางกระดาษทิชชูที่ว่างเปล่า
ด้านนักจิตวิทยาระบุว่า สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีส่วนผสมระหว่างแนวคิดของการทำอะไรตามๆ กัน บวกการเสนอข่าวที่เกินจริงเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและผลกระทบของไวรัส และว่าผู้คนจะรู้สึกกับเรื่องนี้น้อยลงหากไม่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากข่าว ดังนั้นจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงประเด็นดังกล่าว หรือไม่ก็ต้องเป็นบ้าตาย และเร่งสะสมสินค้าทุกชนิดที่เราอาจต้องการใช้
อย่างไรก็ดีราคาของหน้ากากอนามัยซึ่งถือเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในขณะนี้ได้พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก เนื่องจากจีนเป็นผู้ผลิตหลักของสินค้าดังกล่าว โดยที่ฮ่องกงผู้คนพากันเข้าคิวยาวเพื่อรอซื้อหน้ากากอนามัย ขณะที่หน้ากากอนามัยยังได้รับการโหวตเป็นของขวัญที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในวันวาเลนไทน์อีกด้วย เช่นเดียวกับในอังกฤษที่ราคาหน้ากากอนามัยพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมมากกว่า 100 เท่า
โฆษกของฮูระบุว่าความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มสูงขึ้นจากผู้ซื้อที่เต็มไปด้วยความหวั่นวิตก ความต้องการที่จะกักตุน และการคาดการณ์ด้วยความหวาดกลัว ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐยังประกาศว่า ไม่แนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยเพื่อช่วยรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาแต่อย่างใด
สำหรับยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกในช่วงเช้าของวันที่ 6 มีนาคมอยู่ที่ 3,354 รายโดยนอกจีนพบผู้เสียชีวิตมากที่สุดที่อิตาลี 148 อิหร่าน 107 เกาหลีใต้ 40 สหรัฐ 12 ฝรั่งเศส 7 ญี่ปุ่นและบนเรือไดมอนด์ ปรินเซสที่ละ 6 สเปน 3 ฮ่องกง ออสเตรเลีย และอิรักที่ละ 2 ฟิลิปปินส์ ซานมารีโน สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวัน ไทย และอังกฤษที่ละ 1
ส่วนยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 98,047 คนโดยพบการติดเชื้อนอกจีนมากที่สุดที่เกาหลีใต้ 6,088 อิตาลี 3,858 อิหร่าน 3,513 และที่พบการติดเชื้อหลักร้อยที่เรือไดมอนด์ปริ้นเซส 706 เยอรมนี 545 ฝรั่งเศส 423 ญี่ปุ่น 360 สเปน 282 สหรัฐ 230 สวิตเซอร์แลนด์ 119 สิงคโปร์ 117 อังกฤษ 116 ฮ่องกง 105
ด้านยอดผู้ติดเชื้อที่ได้รับการรักษาจนหายแล้วอยู่ที่ 54,021 คน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

