สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างรายงานการศึกษาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ไอแอลโอ)ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมระบุว่า ภายใน 2 ทศวรรษข้างหน้า แรงงานมากกว่าครึ่งใน 5 ชาติอาเซียน รวมถึงไทย มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียงานที่ทำอยู่ให้กับเครื่องจักรกลซึ่งถูกนำมาใช้แทนที่ในระบบงาน โดยแรงงานที่เผชิญความเสี่ยงดังกล่าวมากที่สุดคือ ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้า
ไอแอลโอระบุว่า แรงงานราว 137 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 56 ของมนุษย์เงินเดือนในประเทศกัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ ไทย อยู่ในหมวดมีความเสี่ยงสูงที่จะตกงาน ซึ่งนางเดบอราห์ ฟรองซ์-มาสแซง ผู้อำนวยการสำนักงานฝ่ายกิจกรรมนายจ้างของไอแอลโอ ชี้ว่า หลายประเทศที่แข่งขันกันด้วยแรงงานราคาถูกจำเป็นที่จะต้องปรับแนวทางใหม่ การแสวงหาความได้เปรียบด้านราคานั้นไม่เพียงพออีกต่อไป โดยภาคแรงงานจะต้องฝึกฝนทักษะการทำงานของตนเองให้มีประสิทธิภาพคู่ขนานไปกับเครื่องจักรกลในระบบดิจิตอลที่มีการนำมาใช้
รายงานของไอแอลโอเป็นผลมาจากการศึกษาใน 5 ภาคอุตสาหกรรมสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรมากกว่า 630 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางภาคการผลิตในหลายภาคส่วน ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมสิ่งทอ ยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ภาคธุรกิจจัดจ้างและค้าปลีก โดยในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เสื้อผ้า และรองเท้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีแรงงานรวมกันราว 9 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานอินโดนีเซียร้อยละ 64 แรงงานเวียดนามร้อยละ 86 และแรงงานกัมพูชาร้อยละ 88 มีความเสี่ยงจะสูญงานให้กับเครื่องจักร
ขณะที่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์พบว่า แรงงานในภาคอุตสาหกรรมนี้ในอินโดนีเซียร้อยละ 60 และมากกว่าร้อยละ 70 ในไทย เผชิญความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรกล ทั้งนี้ ในส่วนของไทยถูกระบุว่า ได้ชื่อเป็น “ดีทรอยต์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ในภูมิภาคและเป็นศูนย์กลางส่งออกให้กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจคิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) และมีการจ้างงานมากเป็นอันดับ 10 ของภาคการผลิต

