สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เตือนเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมว่า จำนวนของผู้ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญและลานิญารวมกันแล้วอาจมากกว่า 100 ล้านคนในปีนี้ โดยเอฟเอโอประเมินว่ามากกว่า 60 ล้านคน หรือ 2 ใน 3 ที่อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้และแอฟริกาตะวันออกจะประสบภาวะขาดแคลนอาหารจากภัยแล้งที่เป็นผลมาจากเอลนิโญ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกมีอุณหภูมิสูงผิดปกติ
ขณะที่ผลกระทบจากลานิญาซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเย็นลงหลังจากเกิดเอลนิโญนั้น ไม่รุนแรงเท่า แต่จะส่งผลต่อรูปแบบของสภาพอากาศที่เชื่อมโยงกับน้ำท่วมและภัยแล้ง
“เอลนิโญเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตอาหารและการเกษตร” นายโฮเซ กราเซียโน ผู้อำนวยการเอฟเอโอกล่าวในการประชุมขององค์การที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อหารือถึงผลกระทบของเอลนิโญในแอฟริกาและเอเชียแปซิฟิก และว่า ต้องการเงินเกือบ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 140,000 ล้านบาท) เพื่อครอบคลุมการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเอลนิโญ
สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้รัฐบาลชาติต่างๆ และประชาคมนานาชาติเพิ่มความพยายามในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทนทานของ “ประชาคมที่มีความเปราะบางสูง” ที่ประสบปัญหาในการเลี้ยงตัวเอง เช่นเดียวกับการเตรียมพร้อมรับมือกับลานิญา
ทั้งนี้ สำนักงานพยากรณ์อากาศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกาประเมินว่า มีโอกาสมากถึง 50 – 75 เปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดปรากฏการณ์ลานิญาในครึ่งหลังของปี 2559

