สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในการโหวตเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับทหารร่างปี 2551 เป็นวันแรกของรัฐสภาเมียนมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา สมาชิกรัฐสภาได้โหวตคัดค้านที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) พรรครัฐบาลภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ เสนอให้ลดบทบาทอำนาจของกองทัพในทางการเมืองลง
โดยในการโหวตแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าว สมาชิกรัฐสภาเมียนมาได้โหวตค้านญัตติที่เสนอให้ค่อยๆ ปรับลดส.ส.ในสัดส่วนของกองทัพลงภายในเวลา 15 ปี และตีตกญัตติที่ให้ยกเลิกมาตราที่กำหนดให้ผู้บัญชาการทหารบก ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด รวมถึงคัดค้านที่ให้ถอนคำว่า “วินัย” ออกจากคำนิยามระบบปกครองประเทศของเมียนมาด้วย ทว่าสมาชิกรัฐสภาโหวตเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นการเปิดทางให้ข้าราชการพลเรือน เป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆได้
ทั้งนี้ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับทหารร่างของเมียนมา ได้กำหนดส.ส.ในสัดส่วนของกองทัพไว้เป็นจำนวน 25 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1 ใน 4 ของสมาชิกรัฐสภาเมียนมาทั้งหมด และยังมีบทบัญญัติไว้ด้วยว่าการจะแก้ไขบทบัญญัติใดๆในรัฐธรรมนูญ จะต้องใช้เสียงสนับสนุนมากกว่า 3 ใน 4 เสียงของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งนั่นทำให้กองทัพเมียนมามีอำนาจวีโต้ที่มีประสิทธิผลไปโดยปริยาย ขณะที่นางซูจีตกอยู่ภายใต้ความกดดันเรื่อยมาให้เร่งปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาที่คาดว่าจะมีขึ้นในปลายปีนี้

