หน้าแรก ต่างประเทศ ทูตสหรัฐชี้ปร...

ทูตสหรัฐชี้ประชาธิปไตยไทยเพิ่งเริ่ม พร้อมผลักดันลงทุนในไทย

11.03.20 | 18:59 น.

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายไมเคิล จี. ดีซอมบรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยจัดให้มีการพบปะกับคณะสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ที่บ้านพัก ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ โดยนอกเหนือจากแนะนำตนเองแล้วยังเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวซักถามในหลายประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทยอีกด้วย
นายดีซอมบรี กล่าวถึงแนวทางการทำหน้าที่ซึ่งตนเองให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกสามประการ นอกเหนือจากการดูแลความมั่นคง ปลอดภัย และผลประโยชน์ของคนอเมริกันในประเทศไทย ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของเอกอัครราชทูตทุกคนที่ถูกส่งไปประจำในประเทศต่างๆ แล้ว ประการแรกคือ การเสริมสร้างพลังให้กับความเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ประการที่สองคือส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาให้แข็งแกร่งมากขึ้น สุดท้ายก็คือส่งเสริมการปกครองอย่างมีธรรมาภิบาลและโปร่งใส ซึ่งทั้ง 3 ประการเป็นเสาหลักสำคัญของยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของสหรัฐอเมริกาที่ไทยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งอยู่ด้วย

เอกอัครราชทูตสหรัฐ ระบุว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เก่าแก่กว่า 65 ปีและมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อยุทธศาสตร์ อินโดแปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา โดยชี้ว่าไทยและประเทศในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงกำลังเผชิญทั้งปัญหาเชิงสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำโขงและปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ ในด้านความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจการค้านั้น นายดีซอมบรีกล่าวว่า จากการที่มีสัญญาเป็นพันธมิตรด้านการค้าต่อกันมานาน ทำให้มั่นใจว่า บริษัทธุรกิจอเมริกันยังคงเป็นหุ้นส่วนที่ดีที่สุดต่อธุรกิจไทย และพร้อมที่จะส่งเสริมการขยายการลงทุนของบริษัทอเมริกันในไทยให้สูงขึ้นต่อไป นอกจากนั้นยังตั้งข้อสังเกตว่าไทยเป็นหนึ่งในแหล่งการลงทุนในสหรัฐอเมริกาที่ขยายตัวเร็วที่สุดอีกด้วย

ในส่วนของความร่วมมือทางเศรษฐกิจนั้น นายดีซอมบรี ขยายความเพิ่มเติมว่าประกอบด้วย 3 ด้าน ด้านหนึ่งคือการร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและโปร่งใส ถัดมาคือให้ความร่วมมือด้านการเชื่อมต่อเชิงดิจิทัล สามารถก้าวไปสู่ความเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้เต็มที่ สุดท้ายคือความร่วมมือทางด้านพลังงาน ซึ่งไทยและประเทศในแถบลุ่มน้ำโขงต้องการ

ในแง่ของการส่งเสริมการปกครองอย่างมีธรรมาภิบาลและโปร่งใสนั้นเป็นเพราะสหรัฐอเมริกาเชื่อในความเข้มแข็งของการปกครองระบอบประชาธิปไตย สหรัฐเชื่อมั่นในเสรีภาพพื้นฐานและการปกครองด้วยนิติรัฐ สหรัฐเข้าใจดีว่า ประชาธิปไตยนั้นเป็นความท้าทาย และบางครั้งก็วุ่นวายอยู่บ้างและประเทศนี้ได้พัฒนาระบบของตนเองขึ้นมาเพื่อให้สนองตอบต่อสภาวะแวดล้อม เราถือเป็นหน้าที่ของเราในการทำให้ประเทศนี้ตระหนักในคุณค่าของธรรมาภิบาลและความโปร่งใส

เมื่อถูกขอให้แสดงความคิดเห็นต่อการเมืองไทยในเวลานี้ นายดีซอมบรีกล่าวว่า ประชาธิปไตยของไทยยังใหม่และเยาว์วัยอยู่มากและกำลังก้าวหน้าต่อไปบนเส้นทางประชาธิปไตย เมื่อปีที่ผ่านมามีการเลือกตั้ง เราพอใจที่ได้เห็นการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

Advertisement

“ผมคิดว่าไทยกำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่ถูกต้อง อย่างที่ผมว่าไว้ ประชาธิปไตยบางครั้งยุ่งเหยิงและท้าทาย และทุกๆ ประเทศก็ต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องแก้ไขให้ลุล่วงไป เราจับตามองทุกอย่างที่กำลังดำเนินไป เราให้การสนับสนุนประชาธิปไตย ไม่ได้ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองหรือนักการเมืองฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ไม่ได้เข้าข้างใคร เราดีใจที่ได้เห็นกระบวนการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในสภาฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ควรจะเกิดขึ้น ถือว่าเป็นคุณลักษณะที่น่าพึงพอใจตามระบอบประชาธิปไตย”

นายดีซอมบรี ยังกล่าวถึงกรณีการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ของไทย โดยระบุว่า เนื่องจากฝ่ายไทยยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายแรงงาน กำหนดการตัดจีเอสพีของไทยลงราว 1 ใน 3 นั้นจึงยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิมคือในวันที่ 25 เมษายนนี้ อย่างไรก็ตามยังคงตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า แม้ส่วนดังกล่าวจะถูกตัดไปแล้ว ไทยก็ยังเป็นประเทศที่ได้รับผลประโยชน์จากจีเอสพีมากที่สุด คิดเป็นเงินราว 3,400 ล้านดอลลาร์