สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขสเปน แจ้งว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสเปน มีเพิ่มขึ้นทะลุ 2,000 รายแล้ว ส่วนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 อยู่ที่ 47 ราย ทำให้สเปนกลายเป็นประเทศที่มีสถานการณ์โควิด-19 ร้ายแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในยุโรป รองจากประเทศอิตาลี
โดยนายเฟอร์นันโด ไซมอน ผู้ประสานงานฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุขสเปน กล่าวในการแถลงข่าวว่า เช้าวันที่ 11 มีนาคมนี้ มีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นมาเป็น 2,002 ราย หลังจากยอดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม มีผู้ป่วยโควิด-19 ในสเปน 1,639 ราย โดยกรุงมาดริดเป็นพื้นที่ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ถึงครึ่งหนึ่งของทั้งหมด และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 31 ราย
ทั้งนี้ ทางการสเปนเร่งประกาศใช้มาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการระบาดรุนแรงเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับประเทศอิตาลี โดยสั่งให้ปิดโรงเรียนทั้งหมดในกรุงมาดริดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และมีการฉีดฆ่าเชื้อในระบบขนส่งสาธารณะในกรุงมาดริดทุกวัน และสั่งห้ามเที่ยวบินทั้งหมดที่มาจากประเทศอิตาลี
นายไซมอน กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้จะใช้ไปราว 9-10 วันเท่านั้น และจะต้องใช้เวลา 1-2 เดือนกว่าจะสามารถยุติการแพร่ระบาดได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

