เมื่อวันที่ 13 มีนาคม เฟซบุ๊กเฟนเพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ของนายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ผลการวิจัยทำนายพื้นที่ที่จะเกิดการระบาดของเชื้อโควิด19 ตามลักษณะอุณหภูมิและความชื่นสัมพัทธ์ของแต่ละพื้นที่ โดยพบว่าพื้นที่ซึ่งอาจเกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่จะเป็นพื้นที่ซึ่งจะมีอุณหภูมิราว 5-11 องศาเซลเซียส ความชื้นอยู่ที่ 47-79% โดยไทยโชคดีที่อยู่ในพื้นที่ ที่ไม่ได้มีอุณหภูมิเหมาะสมกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคครั้งใหญ่ อย่าไรก็ตามไม่ควรประมาทเชื้อที่เข้าสู่ประเทศจากคนต่างชาติ
โพสต์ดังกล่าวระบุว่า
มีงานวิจัยล่าสุด เกี่ยวกับการทำนายพื้นที่ที่จะเกิดการระบาด ของเชื้อโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ตามลักษณะอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของแต่ละพื้นที่ครับ
ขอบพระคุณ ผศ.ดร. ณัฐพจน์ วาฤทธิ์ Natapot Warrit ที่กรุณาแปลมาให้ครับ
1. Sajadi และคณะ จาก Global Virus Network และ University of Mayland สหรัฐอเมริกา ทำงานวิจัยเรื่อง Temperature and Latitude Analysis to Predict Potential Spread and Seasonality for COVID-19 (ดู https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=3550308 )
2. คณะผู้วิจัยระบุในบทคัดย่อว่า โรคติดต่อหลายชนิด รวมทั้งไวรัส SARS-CoV-2 ที่ทำให้เกิดโรค COVID-19 มีรูปแบบในการระบาดที่แปรเปลี่ยนตามฤดูกาล
3. จนถึงปัจจุบันการระบาดใหญ่เกิดขึ้นในเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตเส้นละติจูดระหว่าง 30-50 องศาเหนือ ซึ่งมีลักษณะอากาศที่ใกล้เคียงกันของอุณหภูมิในช่วง 5-11 C และความชื้นสัมพัทธ์ที่ 47-79%
4. ในขณะที่เมืองใหญ่อื่นๆ ที่ติดกับประเทศจีน หรือประเทศที่ติดกับเมืองที่มีการระบาดใหญ่ และมีการเดินทางระหว่างกัน กลับมีอัตราการระบาดที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
5. ผู้วิจัยจึงได้ทำการสร้างแบบจำลองพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการระบาดขนาดใหญ่ โดยใช้ข้อมูลแบบจำลองทางอากาศในการทำนาย และระบุพื้นที่ที่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดการระบาดครั้งใหญ่
6. ภาพประกอบภาพบน คือภาพแผนที่ในการระบาดปัจจุบัน สังเกตในวงกลมพื้นที่การระบาด เทียบกับระดับสีที่บอกถึงอุณหภูมิของแต่ละพื้นที่
7. ภาพประกอบภาพล่าง เป็นภาพการทำนาย ว่าแถบสีเขียวคือบริเวณที่อาจจะเกิดการระบาดทั้งใหญ่ขึ้นในเดือนมีนาคมและเมษายน ถ้ามีเชื้อโรคแพร่เข้าไปถึงบริเวณนั้น
ปล. ความเห็นส่วนตัวของผมก็คือ ไทยเรา ค่อนข้างโชคดีที่อยู่ในพื้นที่ ที่ไม่ได้มีอุณหภูมิเหมาะสมกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคครั้งใหญ่ (ช่วง 5-11 องศาเซลเซียส ตามที่งานวิจัยนี้สรุป / หรือที่จุดพีคสุดที่ประมาณ 8.72 องศาเซลเซียสตามที่งานวิจัยของจีนเคยเสนอไว้) แต่ก็ไม่ควรประมาทในการรับมือ โดยเฉพาะจากกรณีของการนำเชื้อจากต่างชาติ เข้ามาในประเทศ

