เมื่อวันที่ 12 มีนาคม สมาคมสถานพยาบาลอเมริกัน (เอเอชเอ) แจ้งเตือนต่อโรงพยาบาลและสถานพยาบาลที่เป็นสมาชิกทั่วประเทศ ให้เตรียมการให้พร้อมเพื่อรับมือกับผู้ป่วยด้วยโรคจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 มากถึง 96 ล้านคนภายในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า โดยจะมีผู้ที่จำเป็นต้องรับตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลถึง 4.8 ล้านคน และอีก 1.9 ล้านคนต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู และคาดว่าจะมีผู้ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเสียชีวิตอีก 480,000 ราย ซึ่งเป็นการประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตในระดับความรุนแรงที่สูงกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลราว 10 เท่าตัว
เอเอชเอคาดด้วยว่า หากเกิดการระบาดหนักเต็มที่ในสหรัฐอเมริกา จะเกิดการขาดแคลนเตียงผู้ป่วยไอซียู ขึ้นระหว่าง 75,000 ถึง 100,000 เตียง
หลังจากแจ้งเตือนดังกล่าว มีโรงพยาบาลหลายแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลในเครือ สคริปปส์ เฮลธ์ 5 แห่งในซานดิเอโอเคาน์ตี ได้เริ่มติดตั้งเตนท์ขนาดใหญ่ขึ้นในพื้นที่จอดรถเดิม สำหรับใช้เพื่อการคัดกรองผู้ป่วย นอกจากนั้นยังอาจมีเตนท์สำหรับการกักกันโรค เตรียมการใช้ห้องประชุมและร้านกาแฟภายใน สำหรับรองรับผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับ ศูนย์การแพทย์ ซีดาร์ส-ไซนาย ในนครลอสแองเจลิส ซึ่งเริ่มจัดตั้งเตนท์ขึ้นในบริเวณลานจอดรถเดิมเช่นเดียวกัน
รายงานดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังพบหารือกับนาย ลีโอ วารัดการ์ รักษาการนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ที่เดินทางมาเยือนอย่างเป็นทางการว่า ตนไม่ได้วิตกกังวลกับการที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ เพราะได้ร่วมงานดินเนอร์กับนาย แชเอียร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิล พร้อมคณะผู้ติดตามที่ ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา โดยปรากฏในภายหลังว่า คณะผู้ติดตามผู้นำบราซิลทั้งหมดถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ขอบอกว่าผมไม่ได้กังวลอะไรเลย” ผู้นำสหรัฐระบุ
วันเดียวกัน บริษัทวอลท์ ดิสนีย์ ประกาศปิดสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ทั้งที่ แคลิฟอร์เนียและที่ฟลอริดา เพื่อป้องกันการระบาด ระงับกิจการเดินเรือสำราญ ดิสนีย์ครูสไลน์ชั่วคราว เช่นเดียวกับที่โรงละครบรอดเวย์ในนิวยอร์ก ประกาศปิดเป็นเวลา 1 เดือน หลังทางการรัฐนิวยอร์กออกประกาศห้ามการชุมนุมเกิน 500 คนเด็ดขาด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

