หน้าแรก ต่างประเทศ ‘สเปน-ฝรั่งเศ...

‘สเปน-ฝรั่งเศส’ สั่งปิดประเทศแล้ว ภริยานายกฯสเปนติด ‘โควิด-19’

15.03.20 | 08:58 น.

สเปนและฝรั่งเศสเป็น 2 ประเทศล่าสุดที่ประกาศใช้นโยบายปิดประเทศ เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 หลังพบตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุโรป

ปัจจุบันสเปนเป็นประเทศที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในยุโรปเลวร้ายเป็นอันดับ 2 รองจากอิตาลี ทำให้รัฐบาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ให้ประชาชน 47 ล้านคนต้องกักบริเวณตนเองอยู่แต่ในที่พัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประกาศมาตรการฉุกเฉินเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดเป็นเวลา 15 วัน

คำสั่งดังกล่าวถือว่ามีผลบังคับใช้ในทันที โดยนับจากนี้ไปชาวสเปนทุกคนจะต้องอยู่ภายในบ้านพัก เว้นแต่ออกมาซื้อยา อาหาร ไปทำงาน ไปโรงพยาบาล หรือมีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนเท่านั้น ขณะที่ร้านอาหาร บาร์ หรือร้านขายสินค้าชนิดอื่นที่ไม่ใช่อาหารจะต้องปิดทำการ เช่นเดียวกับการจัดกิจกรรมสันทนาการและกีฬา รวมถึงโรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ สระว่ายน้ำ และสนามฟุตบอล

นายเปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปนย้ำว่า ในท้ายที่สุดพวกเราจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ กลับไปทำงาน ไปเยี่ยมเพื่อน และบุคคลอันเป็นที่รักได้ แต่จนกว่าจะถึงเวลานั้น เราต้องอย่าเสียเวลาซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง และเราต้องไม่หลงทาง

หลังการประกาศปิดประเทศสเปนเพียงไม่นานก็มีรายงานข่าวยืนยันว่านางมารีอา ซานเชส ภรรยานายกรัฐมนตรีสเปน ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโค-วิด19

Advertisement

ทั้งนี้สเปนมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาแล้ว 193 รายและมีผู้ติดเชื้อ 6,250 คน

ส่วนที่ฝรั่งเศส ประชากร 67 ล้านคนก็ถูกสั่งให้กักบริเวณอยู่ภายในบ้านพัก ขณะที่ร้านค้าต่างๆ ที่ไม่จำเป็น รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ก็ถูกสั่งระงับเช่นกัน หลังจากปริมาณผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าในเวลา 72 ชั่วโมง

นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสยืนยันว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว นอกจากจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในฝรั่งเศสอยู่ที่ 91 ราย และติดเชื้อมากกว่า 4,500 คน

อย่างไรก็ดีหลังคำประกาศดังกล่าวของนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ปรากฏว่าบาร์หลายแห่งกลับเต็มไปด้วยผู้คน หรือมีผู้คนออกมาใช้บริการมากขึ้น แม้รัฐบาลจะมีคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนออกมาชุมนุมกันก็ตาม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน