ไบเดน ประกาศจะเลือกผู้หญิงเป็นรองประธานาธิบดี บนเวทีดีเบท
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าการดีเบทระหว่างนายโจ ไบเดน อดีตวุฒิสมาชิกรัฐเดลาแวร์ วัย 77 ปี และบาร์นี แซนเดอร์ อดีตวุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ สองผู้สมัครชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีขึ้นที่สถานีโทรทัศน์เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมาโดยไม่มีผู้ชมสดในสตูดิโอ เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยนายไบเดน ประกาศชัดเจนว่าตนจะเลือกรองประธานาธิบดีเป็นผู้หญิง

นายไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีระหว่างปี 2009 ถึง 2017 ระบุว่าตนจะเลือกผู้หญิงเป็นรองประธานาธิบดีเป็นคู่ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนนี้ และว่าเวลานี้มีผู้หญิงหลายคนที่มีคุณสมบัติพร้อมที่จะเป็นประธานาธิบดีได้เลยต้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ด้านนายแซนเดอร์ ระบุเช่นกันว่า จากความเป็นไปได้ทั้งหมดตนอาจเลือกผู้หญิงเป็นรองประธานาธิบดีเช่นกัน แต่แซนเดอร์ก็ไม่ได้ยืนยันในเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ในการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาตัวแทนพรรคเดโมแครตมีผู้หญิงร่วมชิงตำแหน่งตัวแทนจำนวนมากถึง 6 คนในจำนวนนี้รวมไปถึงอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกสหรัฐ โดยล่าสุดผู้หญิงที่ร่วมท้าชิงได้ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันไปแล้ว 5 คนเหลืออีก 1 คนคือทุลซี แกบบาร์ด แต่แกบบาร์ด มีคะแนนเพียง 5 เปอร์เซ็นต์จึงไม่สามารถเข้าร่วมการดีเบทดังกล่าวได้
รายงานระบุว่าก่อนหน้านี้เคยมีผู้หญิงหลายคนเคยได้รับการเสนอชื่อจากพรรคใหญ่ให้เป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐเช่นเจรัลดีน เฟอร์ราโร จากพรรคเดโมแครตในปี 1948 ซาราห์ เพลิน จากพรรครีพับลิกัน ในปี 2008 โดยผู้หญิงทั้งสองคนพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งทั้งคู่ ขณะที่ฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครตเองก็เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ฮิลลารี ก็พ่ายแพ้ใก้กับทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016

ทั้งนี้การดีเบทเริ่มต้นขึ้นโดยทั้ง ไบเดน และแซนเดอร์ ต่างทักทายกันด้วยการใช้ข้อศอกสัมผัสกันเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสมือ ตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐที่ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 3,499 คนและเสียชีวิตแล้ว 63 ราย ขณะที่ทรัมป์เองไม่สนใจคำแนะนำของซีดีซี ยังคงจับมือกับผู้นำทางธุรกิจที่ปรากฎตัวเคียงข้างทรัมป์ในการแถลงข่าวเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

