สำนักข่าวเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มีนาคม รัฐสภานิวซีแลนด์ ลงมติผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการปรับลดระดับความรุนแรงของผู้ที่ทำแท้ง ให้เป็นเรื่องของสุขภาพ ไม่ใช่การก่ออาชญากรรมตามกฎหมายปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปกฎหมายครั้งสำคัญที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมานานกว่า 40 ปีแล้ว
โดยการปฏิรูปกฎหมายดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 68 ต่อ 51 เสียง ซึ่งนายแอนดรูว์ ลิตเติล รัฐมนตรียุติธรรมนิวซีแลนด์กล่าวว่า เป็นการปรับปรุงให้กฎหมายมีความทันสมัยและทำให้ผู้หญิงสามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวดูจะเป็นความคืบหน้า แต่ปัจจุบันนิวซีแลนด์ยังคงใช้กฎหมายทำแท้ง ปี 1977 ที่ระบุว่า การทำแท้งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 14 ปี สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน โดยนายลิตเติลกล่าวว่า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องดังกล่าว โดยตามกฎหมายเดิม ผู้หญิงจะทำแท้งได้ถูกต้องตามกฎหมายก็ต่อเมื่อมีแพทย์ 2 คน รับรองว่า หากตั้งครรภ์ต่อไปอาจจะเป็นอันตรายต่อทั้งสุขภาพจิตและร่างกายของผู้เป็นแม่ ผู้หญิงจึงต้องพิสูจน์กับแพทย์ให้ได้ว่า การตั้งครรภ์เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ
นายลิตเติลกล่าวว่า เงื่อนไขดังกล่าวทำให้ผู้หญิงที่ต้องการทำแท้ง “โกหก” เกี่ยวกับสภาพจิตใจ ที่จะทำให้เสี่ยงต่อสุขภาพด้วย โดยแถลงการณ์ของนายลิตเติล กล่าวว่า ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป การทำแท้งจะเป็นเรื่องที่ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับประเด็นเรื่องสุขภาพ
สำหรับกฎหมายใหม่นี้ ระบุว่า ผู้หญิงที่ต้องการทำแท้งควรจะมีอายุครรภ์ไม่เกิน 20 สัปดาห์ และได้รับคำแนะนำจากแพทย์ แต่หากเกิน 20 สัปดาห์ไปแล้ว ผู้หญิงควรเข้ารับการทดสอบ และจะต้องมีแพทย์ 2 คนที่เห็นชอบให้ทำแท้งได้เท่านั้น ซึ่งในเงื่อนไขของอายุครรภ์ที่เกิน 20 สัปดาห์นี้ มีความเข้มงวดกว่าข้อเสนอเดิมที่รัฐบาลเคยเสนอไปก่อนหน้านี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

