วิเทศวิถี : กำลังใจแด่คนไทย

AFP

นาทีนี้ รัฐบาลไทยได้ประกาศการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งจะมีผลเบื้องต้นเป็นเวลา 1 เดือน ตามด้วยการประกาศข้อกำหนดและข้อปฏิบัติต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังแพร่กระจายไปในทุกมุมโลกอย่างไม่เลือกพรมแดนและไม่เลือกชั้นวรรณะ

เป็นความจำเป็นที่รัฐบาลต้องประกาศมาตรการควบคุมสถานการณ์แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะแม้แต่จะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ เราก็ยังได้เห็นข่าวของคนที่ไม่สนใจที่จะทำตามคำแนะนำของทางการที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดการแพร่ระบาด ตั้งแต่คนที่รู้ว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยงแต่ก็ยังไม่ยอมกักบริเวณ พวกที่ไปจับกลุ่มมั่วสุมปาร์ตี้จนทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ไปจนถึงคนป่วยที่หนีออกจากโรงพยาบาล หนำซ้ำบางคนยังมาโพสต์รูปตามโซเชียลมีเดียแสดงความเจ๋งว่าตนเองเก่งกาจที่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้จะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก็ตาม

กลุ่มคนที่คิดน้อยเหล่านี้กำลังทำให้สังคมโดยรวมเสี่ยงที่จะต้องประสบปัญหาบานปลายใหญ่โต เพราะไม่คิดว่าตนเองจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม คำนึงถึงความพึงพอใจของตนเป็นหลัก บางคนอาจเพ้อไปว่าโควิด-19 นั้นเป็นเรื่องไกลตัว จึงไม่น่ากลัวและไม่สนใจ ไม่ยอมเปิดหูเปิดตาดูว่าสถานการณ์ในโลกเขารุนแรงกันไปถึงจุดไหน และประเทศไทยก็เสี่ยงที่จะก้าวไปสู่จุดนั้นได้ไม่ยาก หากคนในประเทศยังคงคิดและทำตัวไร้ความรับผิดชอบสไตล์สบายๆ แบบไทยๆ อย่างที่เคยเป็นมา

โควิด-19 มาเตือนเราให้ตระหนักว่า สถานการณ์บางอย่างไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่เป็นเรื่องความเป็นความตาย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่ชีวิตของผู้คน แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจโลกที่กำลังล่มสลาย ชนิดที่รัฐบาลนานาชาติต้องอัดเม็ดเงินและมาตรการลดผลกระทบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกันรวมๆ ในระดับหลายสิบหรือหลายร้อยล้านล้านบาท เพื่อพยุงสถานการณ์ไม่ให้ทรุดหนักไปกว่าที่เป็นอยู่ แม้กระนั้นเราก็ยังไม่แน่ใจว่ามาตรการบรรเทาผลกระทบดังกล่าวจะช่วยได้สักแค่ไหน ตราบใดที่โลกยังไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังไม่สามารถคิดค้นยาต้านไวรัสออกมาได้ ก็เลี่ยงไม่พ้นที่ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจะยิ่งมากเป็นทวีคูณ

คงไม่มีใครคาดคิดว่าเราจะได้เห็นโลกที่การประกาศมาตรการปิดเมืองและปิดประเทศกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแพร่หลาย โลกที่สายการบินต่างๆ พากันประกาศหยุดบินกันนานหลายเดือนนับจากนี้ โลกที่เราต้องรักษาระยะห่างจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส โลกที่เราเคยรู้จักกำลังประสบภาวะชะงักงัน และเราทุกคนต้องตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือกับมันให้ได้

แม้สถานการณ์ในประเทศไทยยังปั่นป่วนวุ่นวายให้คนไทยต้องปรับตัว แต่อย่างน้อยคนไทยที่ยังอยู่ในประเทศไทยก็ยังได้ชื่อว่ากำลังกักบริเวณอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอน ยังดีกว่าคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่ขณะนี้ตกค้างอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก หลังจากที่สายการบินเกือบทั้งหมด รวมถึงการบินไทย ได้ประกาศยุติการบินไปแล้ว โดยเหลือเพียงอีกไม่กี่เส้นทางเท่านั้นที่ยังคงให้บริการอยู่ภายใต้เวลาอันจำกัด

หากได้อ่านข้อความของคนไทยมากมายที่พยายามจะดิ้นรนหาทางกลับบ้าน หลังจากที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กทพ.)มีประกาศเรื่องแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และพื้นที่มีการระบาดต่อเนื่อง ก็จะได้เห็นถึงความยากลำบากของคนไทยจำนวนมากี่ต้องประสบปัญหาเนื่องจากไม่สามารถหาเอกสารโดยเฉพาะใบรับรองว่าพวกเขามีสุขภาพดีพอที่จะขึ้นเครื่องบิน หรือ Fit to Fly Health Certificate ตามที่กทพ.กำหนดได้ พวกเขากำลังประสบปัญหาที่ต้องหาทางดิ้นรนเอาตัวรอดในประเทศที่ห่างไกล ซึ่งหากเจ็บป่วยไม่ว่าจะด้วยอาการอะไรหรือจะเป็นโควิด-19 หรือไม่ ก็ต้องหาทางรักษาตัวเอาเองตามมีตามเกิด ถ้านึกถึงคนเหล่านั้นเราก็จะเข้าใจว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่ประสบปัญหาหนักกว่าคนที่ต้องกักบริเวณตนเองอยู่ในประเทศไทยมากนัก

เมื่อไม่สามารถหาเที่ยวบินกลับบ้านได้เพราะคำสั่งยกเลิกเที่ยวบินและห้ามสายการบินต่างชาติทำการบินเข้าประเทศ ไม่สามารถหาเอกสารรับรองได้จากในหลายประเทศที่ระบบสาธารณสุขมีความแตกต่าง แพทย์พยาบาลของประเทศต่างๆ ก็กำลังรับศึกหนักในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา คนไทยอีกมากมายจึงต้องอยู่ในต่างประเทศอย่างไร้ความหวัง ท่ามกลางภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุขของโลกชนิดที่เราไม่เคยประสบพบเจอกันมาก่อนในช่วงชีวิตนี้

ไม่แปลกใจที่ได้เห็นข่าวว่ามีคนไทยบางส่วนยื่นฟ้องศาลปกครองต่อกรณีคำสั่งดังกล่าวแล้ว เพราะเห็นว่าคำสั่งนี้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของคนไทยตามรัฐธรรมนูญ หลายคนมองว่าคำสั่งนี้ออกมาเพื่อกีดกันไม่ให้คนไทยกลับบ้าน สวนทางกับที่รัฐบาลประเทศอื่นๆ ทำ นั่นคือเร่งพาคนของตนที่ตกค้างในประเทศต่างๆ กลับบ้านให้เร็วที่สุด

หน่วยงานที่ต้องรับภาระจากเรื่องดังกล่าวก็ไม่ใช่กทพ.ผู้ออกคำสั่ง แต่เป็นสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลกที่ทุกคนไล่เรียงไปตั้งแต่ทูต กงสุลใหญ่ นักการทูต และลูกจ้างของสถานทูต ตลอดจนทีมประเทศไทย ต้องช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาแบบแทบไม่ได้หลับนอน เพื่อส่งคนไทยกลับบ้านให้ได้มากที่สุด

จนถึงขณะนี้ที่หลายสายการบินหยุดบิน ก็ต้องทำหน้าที่ช่วยดูแลคนไทยที่ยังคงตกค้างอยู่ในประเทศต่างๆ ทั้งการหารือกับส่วนกลางเพื่อให้การบินไทยจัดเที่ยวบินพิเศษไปรับคนไทยในบางจุดที่ตกค้างและมีคนอยู่มากพอ การช่วยแนะนำที่พักให้กับคนไทยที่ยังกลับบ้านไม่ได้ในช่วงนี้ และอื่นๆ อีกมากมายที่จะตามมาตราบที่สถานการณ์ยังไม่ยุติ

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ขอส่งกำลังใจให้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลก ที่สุดแล้วภายใต้ความอดทนและร่วมมือร่วมใจกัน เชื่อว่าเราจะสามารถฝ่าฟันช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปได้อย่างแน่นอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ซิโก้’ แนะนำเดาะบอลกระทบกำแพงออกกำลังกายอยู่บ้านหยุด ‘โควิด – 19’ (คลิป)
บทความถัดไปยอดดับสเปนพุ่ง อิตาลีตายลด