ผู้เชี่ยวชาญเตือน ล้างถนนฆ่าเชื้อไม่ได้ช่วยลดการระบาดของ โควิด-19

REUTERS/Rodrigo Urzagasti

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 1 เมษายนนี้ว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและการแพร่ระบาดหลายคน ระบุ กรรมวิธี “แมส ดิสอินเฟคชัน” หรือ การพ่นยาฆ่าเชื้อในที่เปิดกว้างขนาดใหญ่ที่เป็นสถานที่สาธารณะซึ่งกำลังนิยมทำกันในหลายประเทศทั่วโลก ที่เกิดการแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ตั้งแต่ตุรกี อินเดีย เรื่อยมาจนถึงมาเลเซียนั้น นอกจากจะไม่ช่วยให้การระบาดลดน้อยลงแล้ว ยังก่อโรคอื่นให้กับผู้สัมผัสสารเคมีฆ่าเชื้อ จนกลายเป็นการกระทำที่เปลืองเวลาและเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์

เดล ฟิชเชอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในสิงคโปร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานเครือข่ายการระบาดในระดับโลกและการตอบสนอง ที่ประสานงานอยู่กับองค์การอนามัยโลก ยกตัวอย่างเช่นการใช้โดรนพ่นน้ำยาเบนซัลโคเนียมคลอไรด์ ในสุราบายา อินโดนีเซีย การใช้คนสวมชุดป้องกันฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อที่แกรนด์บาซาร์ในตุรกี และสะพานทั้งหลายในเม็กซิโก ไม่ได้ช่วยลดการระบาดลง เพราะไวรัสไม่ได้มีชีวิตอยู่นานนักในสภาพแวดล้อมแบบเปิดและปกติคนเราก็ไม่ใช้มือสัมผัสพื้นถนนอยู่แล้ว

ในทางตรงกันข้าม สารเคมีที่ใช้ในการฆ่าเชื้อนั้นมีความเข้มข้นในระดับที่เป็นพิษต่อมนุษย์ อาจก่อให้เกิดปัญหาระคายเคืองผิว แสบตา ในกรณีที่ใช้วิธีการฆ่าเชื้อแบบผสมน้ำแล้วฉีดจากท่อดับเพลิงเข้าใส่ฝูงชนเหมือนเช่นที่อินเดียใช้ฆ่าเชื้อในแรงงานย้ายถิ่น หรือในอินโดนีเซียที่ใช้วิธีให้คนเข้าไปอยู่ในตู้คล้ายตู้โทรศัพท์แล้วให้อาบน้ำยาฆ่าเชื้อ หวังว่าจะทำลายเชื้อบริเวณเนื้อตัวและเสื้อผ้าเป็นต้น

นายคริสโตเฟอร์ ลี ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อในมาเลเซีย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ก็ระบุว่า การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างถนนที่แห่ทำกันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบการระบาดสูง ก็ไม่ได้ผลในแง่ของการลดการระบาด แต่เปลืองทรัพยากรและกำลังคนไปเปล่าๆ

นายพอล ทัมบียาห์ นักวิชาการจากสมาคมจุลชีววิทยาและการติดเชื้อแห่งบเอเชียแปซิฟิก ยืนยันว่า การล้างมือบ่อยๆ และการทำความสะอาดเฉพาะที่ซึ่งถูกสัมผัสบ่อยๆ อย่างเช่นปุ่มกดลิฟต์ ส่งผลต่อการลดการระบาดได้มากกว่าวิธีการทำความสะอาดแบบแมส ดิสอินเฟคชัน ซึ่งอาจไม่แพงและมองดูแล้วรู้สึกดี แต่ได้ผลไม่ดีเท่าการล้างมือและรักษาสุขอนามัยส่วนตัว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“กต.” ประสาน “สธ.” พานักเรียน “เอเอฟเอส” กลับบ้าน ยันมาตรการคัดกรองเข้ม
บทความถัดไปสพฐ.เตือนครูอย่าหลงเชื่อแก๊งตุ๋นหลอกขายแพลตฟอร์มออนไลน์ หวังขอเลื่อนวิทยฐานะ