‘เยอรมัน’ โวย ‘มะกัน’ ปล้นหน้ากาก หลังโดนกักยึดที่ไทย 2 แสนชิ้น

แฟ้มภาพรอยเตอร์
‘เยอรมัน’ โวย ‘มะกัน’ ปล้นหน้ากาก หลังโดนกักยึดที่ไทย 2 แสนชิ้น

เมื่อวันที่ 4 เมษายน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า รัฐบาลท้องถิ่นกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี ออกมากล่าวหาสหรัฐอเมริกาว่าได้ปล้นเอาหน้ากาก FFP2 จำนวนเกือบ 200,000 ชิ้น ที่กำลังจะถูกส่งมายังเยอรมนีไป หลังจากหน้ากากจำนวนดังกล่าวที่ผลิตในสหรัฐซึ่งกำลังจะถูกส่งมาที่เยอรมนีได้ถูกกักยึดไว้ที่กรุงเทพฯ โดยนายแอนเดรียส ไกเซิล รัฐมนตรีมหาดไทยของรัฐบาลท้องถิ่นกรุงเบอร์ลิน ออกมาเปิดประเด็นนี้ว่า หน้ากากดังกล่าวที่กองกำลังตำรวจกรุงเบอร์ลินสั่งเข้ามานั้น มาไม่ถึงมือ เข้าใจว่าหน้ากากที่ถูกกักยึดไว้ น่าจะถูกส่งกลับไปสหรัฐ พร้อมประณามว่า นี่เป็นการปล้นยุคใหม่ และยังเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐยึดมั่นปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการค้าระหว่างประเทศด้วย

การกล่าวหาสหรัฐของรัฐบาลท้องถิ่นเยอรมนีมีขึ้นในขณะที่เมื่อวันที่ 3 เมษายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งให้หยุดการส่งออกอุปกรณ์ป้องกันบุคคล หรือพีพีอี ไปยังประเทศอื่น เนื่องจากอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์เหล่านี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในระหว่างการต่อสู้กับแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้ใช้อำนาจสั่งการนี้ภายใต้กฎหมายการผลิตเพื่อการป้องกัน (Defense Production Act) ของสหรัฐ เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตในสหรัฐอย่าง 3M หยุดส่งออกอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ไปประเทศอื่น และจัดหาให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ เพื่อไม่ให้มีการกักตุนสินค้า การขึ้นราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม และการทำกำไรจากการส่งออกในขณะที่อุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์เป็นสิ่งจำเป็นต้องการอย่างมากในประเทศท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19

“เราต้องการอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อใช้ในประเทศในทันที เราจะต้องมีอุปกรณ์เหล่านี้” ทรัมป์กล่าวย้ำในระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว และว่า เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐได้เข้าควบคุมหน้ากาก N95 จำนวนเกือบ 200,000 ชิ้น หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ 130,000 ชิ้น และถุงมือ 600,000 คู่ เอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเหล่านี้ถูกยึดไว้ที่ใด

แคนาดายังเป็นอีกประเทศที่ออกโรงโจมตีท่าทีนี้ของผู้นำสหรัฐที่สกัดไม่ให้บริษัท 3M ส่งออกหน้ากาก N95 ไปยังประเทศอื่นรวมถึงแคนาดา

ด้านหนังสือพิมพ์เดอะ วอลสตรีทเจอร์นัล อ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นกรุงเบอร์ลินของเยอรมนี เปิดเผยว่า หน้ากากป้องกัน FFP2 ซึ่งเป็นหน้ากากที่มีคุณภาพดี หรือที่เรียกว่า หน้ากาก N95 จำนวน 200,000 ชิ้น ซึ่งทางเยอรมนีสั่งมาจากบริษัทผู้ผลิตในสหรัฐ ได้ถูกกักยึดไว้ที่สนามบินในกรุงเทพฯ และไม่เคยมาถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งเยอรมนีเชื่อว่าการกักยึดหน้ากากดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคำขู่ของสหรัฐอเมริกาที่ห้ามการส่งออกอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ไปยังประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกรุงเบอร์ลินไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ หรือระบุว่าเหตุกักยึดหน้ากากป้องกันดังกล่าวที่สนามบินในกรุงเทพฯนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เพียงแต่กล่าวว่าหน้ากากป้องกันที่เยอรมนีสั่งมานั้น ผลิตโดยบริษัท 3M จากโรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งซื้อหน้ากากป้องกันทั้งสิ้น 400,000 ชิ้น โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐได้กักยึดหน้ากากป้องกันดังกล่าวนี้ขณะสินค้าล็อตนี้แวะพักที่ประเทศไทย

ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงเบอร์ลิน ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อรายงานข่าวนี้ เช่นเดียวกับโฆษกรัฐบาลเยอรมนี รวมถึงทำเนียบขาวสหรัฐปฏิเสธจะให้ความเห็นใดๆในเรื่องนี้เช่นกัน

วอลสตรีทเจอร์นัลยังอ้างนายแอนเดรียส ไกเซิล รัฐมนตรีมหาดไทยของรัฐบาลท้องถิ่นกรุงเบอร์ลิน ที่แถลงสั้นๆ ตราหน้าเหตุการณ์ยึดหน้ากากป้องกันครั้งนี้ของสหรัฐว่า เป็นการปล้นยุคใหม่ ขณะที่นายมิคาเอล มุลเลอร์ นายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ประณามการกระทำของประธานาธิบดีสหรัฐว่าไร้มนุษยธรรมและเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

วอลสตรีทเจอร์นัลระบุว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเยอรมนีกล่าวหาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐว่าพยายามที่จะโน้มน้าวให้บริษัทท้องถิ่นด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่กำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาให้ย้ายทีมงานวิจัยไปยังประเทศสหรัฐด้วย โดยรัฐบาลสหรัฐยังได้พูดคุยกับบริษัทมากกว่า 25 บริษัทที่กล่าวอ้างว่าสามารถช่วยเหลือเรื่องวัคซีนได้ และเมื่อใดที่พบวัคซีนดังกล่าวจะมีการแบ่งปันให้กับโลก โดยเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนี้มีขึ้นในขณะที่ทั่วโลกกกำลังแย่งชิงควานหาอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์เพื่อนำมาใช้ในการรับมือต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยอดดับโควิด-19 โลกพุ่งทะลุ 6 หมื่นราย สเปนแซงอิตาลีรั้งที่ 2 ยอดติดเชื้อสะสมอื้อ
บทความถัดไป‘กาชาด’ ขอผู้ป่วย ‘โควิด-19′ ที่หายแล้วร่วมบริจาค’พลาสมา’ ชี้มีค่ามหาศาล ช่วยรักษาเหยื่อรายใหม่