รองบก.ข่าวไอที สำนักข่าวเอพี เชื้อสายไทย ติดเชื้อโควิด เสียชีวิตที่นครนิวยอร์ก

สำนักข่าว AP รายงานว่า อนิก เจษฎานันท์ (Anick Jesdanun) รองบรรณาธิการข่าวเทคโนโลยีของสำนักข่าว Associated Press (AP) วัย 51 ปี และเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายไทย เสียชีวิตที่นครนิวยอร์ก เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ด้วยอาการแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโคโรนาไวรัส อ้างอิงจากสมาชิกในครอบครัวของคุณอนิก

ถือเป็นคนไทยรายที่ 3 ในสหรัฐ ที่เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ เชื้อโควิด-19 ขณะเข้ารับการรักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลในเมืองแมนฮัตตัน รัฐนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา

อนิก เจษฎานันท์ เกิดในครอบครัวคนไทยที่เมืองพิตต์สเบิร์ก เพนซิลเวเนีย แต่มาเติบโตที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ จบการศึกษาระบบปริญญาตรีจาก Swarthmore College เมื่อปี 1991 เคยทำงานที่สำนักข่าว AP สาขาฟิลาเดลเฟีย แฮริสเบอร์ก และวอชิงตัน ก่อนที่จะย้ายมาประจำที่นครนิวยอร์ก เมื่อปี ค.ศ. 2017 ตอนที่โทรศัพท์มือถือไอโฟนเพิ่งเปิดตัวระบบจดจำใบหน้าใหม่ ๆ อนิกคือผู้ที่ทดลองประสิทธิภาพของระบบดังกล่าว ด้วยการสวมหมวกซานต้า รวมทั้งใส่แว่นตาและหนวดปลอม ซึ่งภาพและวิดีโอชิ้นนั้นถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายตามสื่อต่าง ๆ  ชื่นชอบการวิ่งมาราธอนเป็นชีวิตจิตใจ และไปร่วมวิ่งมาราธอนมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก

มีการแชร์ข้อความของ นพ.อดิศักดิ์ เจษฎานันท์ เล่าถึงการสูญเสียลูกชายไปเมื่อ 3 เม.ย.ว่า

“เมื่อวานนี้ เป็นวันที่สุดของชีวิตวันหนึ่ง เมื่อได้รับโทรศัพท์จาก รพ.ที่นิวยอร์กบอกว่าลูกชายคนโต  เสียชีวิตด้วย Covid ไม่นึกไม่ฝันว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดกับตัวเอง เพราะลูกเพิ่งครบรอบวันเกิดครบ 51 ปีเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นคนแข็งแรง วิ่งมาราธอนปีละหลายครั้ง รักษาสุขภาพ และ follow Guideline ตามกฎเกณฑ์ระหว่างโรคระบาดอย่างเคร่งครัด เราสี่คนพ่อ แม่ ลูก อยู่กันคนละขั้วโลกช่วงนี้ พ่ออยู่เมืองไทย แม่อยู่ NJ  แกรี่ ลูกคนเล็กอยู่ แคลิฟอร์เนียร์ นิก อยู่นิวยอร์ค ซึ่งเป็น Epicenter  เราไม่สามารถไปหากันได้ แม้ในยามจำเป็น เพราะไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนนำเชื้อ ทั้งๆที่ไม่มีอาการก็จริง ได้แต่ส่งข่าวสื่อสารกัน นิกเสียชีวิตเร็วมาก หลังจากมีอาการสองอาทิตย์ที่แล้ว ก็ไปหาหมอ ตรวจพบว่าเป็น Covid หมอให้อยู่บ้าน Quarantine ตัวเอง หลังจากนั้น ไป follow up ก็ยังไม่มีอาการที่จะต้องเข้ารพ.ให้มาพักที่บ้านต่อ เพรานิวยอร์กสถานการณ์รุนแรงมาก ต้องคนที่อาการน่าเป็นห่วงถึงจะได้เข้า รพ.รุ่งขึ้นสองวันต่อมา คือเมื่อวานนี้ นิกหายใจไม่ค่อยดีเลยไป รพ.ตอนเช้า เขียน text ส่งข่าวถึงกัน ติ๋มก็คิดว่าเขาอยู่ในมือหมอแล้วคงจะ OK นิกยังเขียนมาบอกว่าเขาจะต้อง on ventilator อีกสองชั่วโมงต่อมา หมอก็โทรศัพท์มาบอกข่าวร้ายที่สุดในชีวิต”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สิงคโปร์ติดเชื้อเพิ่มวันเดียวพุ่ง 60% สั่งกักตัวแรงงานกว่าสองหมื่นคน
บทความถัดไป“กสิกร” แจ้งจะให้บริการเปิดบัญชีที่สาขาเฉพาะลูกค้าที่ลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าเท่านั้น