สหรัฐและไทย – เพื่อน หุ้นส่วน และพันธมิตรในการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติด

สหรัฐอเมริกาและประเทศไทย – เพื่อน หุ้นส่วน และพันธมิตรในการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลไทยในปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านเครือข่ายยาเสพติด 5 เครือข่ายที่มีมูลค่าการฟอกเงินกว่า 3,000 ล้านบาท (ประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ) ด้วยการสนับสนุนจากหน่วยสืบสวนพิเศษ (SIU) สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA) ประจำเชียงใหม่ รัฐบาลไทยได้จับกุมผู้ต้องหา 15 รายที่มีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินมูลค่าหลายล้านเหรียญสหรัฐ ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ทางการไทยได้จับกุมผู้ต้องหาในจังหวัดเชียงราย ปทุมธานี กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ตาก สระบุรี ฉะเชิงเทรา นนทบุรี และสงขลา โดยยึดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 72 ล้านบาท (หรือประมาณ 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐ) ทั้งนี้ DEA ได้ให้คำแนะนำด้านการสืบสวนสอบสวน จัดหาเงินทุนสนับสนุนปฏิบัติการ และให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในส่วนหนึ่งของปฏิบัติการนี้

หน่วยสืบสวนพิเศษของ DEA ประจำจังหวัดเชียงใหม่เป็นหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจที่ผ่านการคัดสรรและคัดกรอง ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษและเจ้าหน้าที่วิเคราะห์การข่าวของ DEA ทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ SIU ในฐานะที่ปรึกษา เพื่อสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน จัดหาเงินทุนสนับสนุนปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าว และให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคกับเจ้าหน้าที่ไทย ภารกิจของโครงการ SIU คือการเสริมสร้างให้ผู้บังคับใช้กฎหมายของไทยสามารถดำเนินการสืบสวนสอบสวนด้านยาเสพติดที่ซับซ้อน เพื่อระบุ กำหนดเป้าหมาย และทลายองค์กรลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ระหว่างประเทศ

เจ้าหน้าที่จาก SIU และ บช.ปส.ได้รับการฝึกอบรมพิเศษในศูนย์ฝึกอบรมของ DEA ที่เมืองควอนติโก รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากทุนสนับสนุนสำหรับอุปกรณ์และการฝึกอบรมจากสำนักงานกิจการยาเสพติดและการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา

“พวกเราเป็นเพื่อน หุ้นส่วน และพันธมิตรกับประเทศไทยในการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติดมาหลายทศวรรษ เริ่มจากการเปิดสำนักงาน DEA ประจำกรุงเทพฯ ในปี 2506 ตามด้วยสำนักงาน DEA ประจำเชียงใหม่ในปี 2514” เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี กล่าว “เราจะยังคงสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายระหว่างสหรัฐฯ และไทยไปอีกหลายทศวรรษที่จะมาถึง”

“ในขณะที่เรากำลังรับมือกับการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 เคียงข้างรัฐบาลไทย เราก็ยังคงทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีในไทย เพื่อปกป้องครอบครัวและชุมชนของเราจากผู้ลักลอบค้ายาเสพติดด้วยเช่นกัน” กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ ฌอน โอนีลล์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ศธ.’ จับมือ ‘สธ.’ มอบอุโมงค์ Clean & Clear COVID-19 ให้ รพ.ระยอง
บทความถัดไปทำหน้าที่! ผู้ติดเชื้อ “โควิด-19” แดนโสมขาว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า