สอท.เร่งช่วยคนไทยในมาเลย์ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมโควิด

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายณรงค์ ศศิธร เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานข่าวว่าแรงงานไทยร้านต้มยำกุ้งในมาเลเซียจำนวน 20 คน ประสบความยากลำบากเนื่องจากร้านถูกปิด และยังไม่สามารถออกนอกที่พักได้เพราะทางการมาเลเซียใช้มาตรการปิดประเทศ โดยทางการรัฐยะโฮร์บาห์รู ตระเวนแจกอาหารเพียงสามวันต่อครั้ง จึงร้องขอให้ช่วยเดินทางกลับบ้านนั้น สถานทูตได้รับทราบเรื่องดังกล่าว และประสานงานให้ความช่วยเหลือแล้ว โดยในขณะนี้สถานทูตได้จัดทำตารางวันและเวลาที่อาสาสมัครในรัฐต่างๆ ออกไปแจกจ่ายอาหารและหน้ากากอนามัย โดยขอให้คนไทยติดต่อนัดหมายตามจุดนัดรับของที่แน่นอน
เอกอัครราชทูตให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นับแต่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียประกาศขยายเวลาการบังคับใช้คำสั่ง Movement Control Order (MCO) ออกไปจนถึงวันที่ 18 เมษายน ได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนไทย ซึ่งมี 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มนักศึกษาและกลุ่มแรงงาน
ในส่วนกลุ่มนักศึกษาไทย ขณะนี้มีคงเหลือในมาเลเซียประมาณ 250 คน โดยที่ กระทรวงการอุดมศึกษา มาเลเซียได้ประกาศมาตรการเพิ่มเติมภายใต้ MCO ว่า ห้ามนักศึกษาต่างชาติที่พำนักในหอพักของมหาวิทยาลัยในมาเลเซียเดินทางกลับประเทศในช่วง MCO นักศึกษาจึงเป็นคนไทยกลุ่มแรกที่สถานทูตให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้ จากการสอบถามกลุ่มนักศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่พำนักในหอพักของมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยยังคงให้การดูแล โดยจัดเตรียมอาหารให้วันละ 2 มื้อ (กลางวันและเย็น) ทั้งนี้ สถานทูตได้จัดส่งหน้ากากอนามัย ข้าวสาร อาหารแห้ง และยาลดไข้ ไปให้นักศึกษากลุ่มนี้ทางรถยนต์ ในกรณีนักศึกษา ที่อยู่ในรัฐห่างไกล สถานทูตใช้วิธีการจัดส่งสิ่งของความช่วยเหลือทางไปรษณีย์ นอกจากนี้ สถานทูตได้ติดตามสอบถามความเป็นอยู่ ของนักศึกษาเป็นระยะผ่านเครือข่ายสมาคมนักศึกษาไทยในมาเลเซียเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลุ่มแรงงานไทย มีทั้งกลุ่มแรงงานไทยที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน และมีใบอนุญาตทำงาน แรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตส่วนใหญ่เป็นแรงงานร้านอาหารไทย (ร้านต้มยำ) และแรงงานที่อยู่ในสถานบริการ เช่น ร้านนวด สถานบันเทิง รวมถึงแรงงานประมง ที่ผ่านมาให้ความช่วยเหลือแรงงานกลุ่มดังกล่าว 4 ช่องทาง ได้แก่ (1) ผ่านทางอาสาสมัครคนไทย (อสม.) โดยสถานทูตจัดส่งสิ่งของที่จำเป็นไปให้ อสม.ช่วยกระจาย รวมทั้งโอนเงินให้ อสม. เพื่อใช้ซื้ออาหารสำหรับการแจกจ่าย  (2) ทีมประเทศไทย นำสิ่งของความช่วยเหลือและถุงยังชีพไปแจกจ่ายชุมชนแรงงาน ร้านต้มยำต่างๆ ในรัศมีไม่เกิน 2 ชม. จากกรุงกัวลาลัมเปอร์โดยรถยนต์ (3) การจัดส่งสิ่งของความช่วยเหลือทางไปรษณีย์ และ (4) การช่วยเหลือผ่านเครือข่ายภาคประชาชนของมาเลเซีย
สำหรับกลุ่มแรงงานไทยที่มีใบอนุญาตทำงาน สำนักงานแรงงานรับผิดชอบ ดูแลให้ความช่วยเหลือแรงงานกลุ่มนี้ ทั้งนี้ ภายใต้ MCO นายจ้างจะยังคงให้ความคุ้มครองตามสัญญาจ้างงาน และช่วงที่ผ่านมา สำนักงานแรงงานได้นำข้าวสารอาหารแห้งที่สถานทูตจัดซื้อไว้ไปแจกจ่ายให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวแล้ว
ประเด็นที่แรงงานไทยส่วนใหญ่มีความห่วงกังวลในขณะนี้คือปัญหาการพำนักในมาเลเซียเกิน 30 วัน ทั้งนี้ เนื่องจากแรงงานไทยกลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานนี้ต้องเดินทางเข้า-ออกมาเลเซียทุก 30 วันเพื่อเข้ามาทำงานในมาเลเซีย ซึ่งเรื่องนี้สถานทูตได้หารือกับ ตม.มาเลเซียอย่างใกล้ชิด และในชั้นนี้ ได้รับคำยืนยันว่า ผู้ที่อยู่เกิน 30 วันหลังจากที่ MCO เริ่มต้น หากเดินทางออกจากมาเลเซีย ก่อนที่ MCO จะสิ้นสุด (28 เม.ย. 2563) ก็สามารถเดินทางออกไปได้โดยไม่เสียค่าปรับ แต่หากยังคงอยู่ในมาเลเซียเกินกำหนดหลังจากที่ MCO สิ้นสุดไปแล้ว ก็จะต้องไปรายงานตัวกับ ตม.มาเลเซียเพื่อเสียค่าปรับ และอาจถูก blacklist ซึ่งเป็นประเด็นที่แรงงานไทยกลุ่มนี้ห่วงกังวล อย่างไรก็ดี สถานทูตได้มีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียเพื่อขอผ่อนผัน (grace period) สำหรับแรงงานไทย และยังรอผลการพิจารณา
ล่าสุดในวันนี้ ทีมประเทศไทยสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภค แก่คนไทยที่เดือดร้อน จำนวน 30 คน ในเขตพื้นที่ Klang Selangor ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง จากการสัมภาษณ์พบว่า มีขวัญกำลังใจดี เจ้าของร้านซึ่งเป็นคนไทย ดูแล ทำความเข้าใจ และให้ข้อมูลสถานการณ์ ได้ถูกต้อง พร้อมช่วยเหลือกันและกันให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และยืนยันจะอยู่ต่อจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ธอส. ประกาศ ลดดอกเบี้ยให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเหลือ 1% ต่อปี
บทความถัดไปกรมควบคุมโรค เผยสงกรานต์ปีนี้ อยู่บ้านลดการติดเชื้อโควิด-19 อุบัติเหตุลดลงชัดเจน