เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า การประชุมสุดยอดเอเชีย-ยุโรป(อาเซม) ที่เป็นเวทีความร่วมมือระหว่างชาติเอเชียและยุโรปซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ 2 ปี เปิดฉากขึ้นแล้วในวันเดียวกันนี้ ที่กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย โดยการแสดงท่าทีร่วมกันของผู้นำนานาชาติในการประณามเหตุการณ์โจมตีฝูงชนในเมืองนีซของฝรั่งเศส ที่เกิดขึ้นในค่ำวันก่อนหน้าตรงกับวันชาติฝรั่งเศสและส่งผลให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตอย่างน้อยกว่า 80 ราย ได้เบียดบังความสนใจไปจากประเด็นที่จีนไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร(พีซีเอ)ในกรณีการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในพื้นที่ทะเลจีนใต้ที่มีผลชี้ขาดออกมาไม่กี่วันก่อนหน้าว่าการอ้างสิทธิในพื้นที่เกือบทั้งหมดในทะเลพิพาทของจีนนั้นไร้ซึ่งหลักฐานทางกฎหมายที่จะมารองรับการกล่าวอ้างสิทธิดังกล่าวของจีน โดยที่จีนยังตีกันด้วยว่าประเด็นนี้ไม่ควรจะหยิบยกมาคุยกันในเวทีอาเซมด้วย

ข่าวแจ้งว่า ความพยายามต่อต้านลัทธิก่อการร้ายเป็นหนึ่งในวาระที่จะมีการหารืออยู่แล้ว ทว่าปัญหานี้ถูกทำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนมากขึ้นในทันทีหลังเพิ่งเกิดเหตุชายคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งเข้าใส่ฝูงชนในค่ำคืนที่ผู้คนจำนวนมากออกมาฉลองวันชาติที่เมืองนีซ เมืองตากอากาศทางตอนใต้อันมีชื่อเสียงของฝรั่งเศส โดยก่อนหน้าเปิดฉากการประชุม ผู้นำและคณะผู้แทนรัฐบาลชาติภาคียุโรปและเอเชียได้ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาทีต่อเหยื่อผู้เสียชีวิต
นายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรปกล่าวว่า “เป็นความผิดปกติที่น่าเศร้าที่เป้าหมายโจมตีเป็นผู้คนที่ออกมาฉลองเสรีภาพ ความเสมอภาค และ ภราดรภาพ วันนี้เรายุโรปและเอเชียขอยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกับชาวฝรั่งเศสและรัฐบาล เราขอประณามโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และจะร่วมกันต่อสู้ความรุนแรงสุดโต่งและความเกลียดชังต่อไป”
ต่อประเด็นปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้ที่เป็นที่จับตาว่าแต่ละชาติจะมีปฏิกิริยาท่าทีอย่างไรในเวทีประชุมอาเซมครั้งนี้ แม้จะมีการดักคอจากจีนไม่ให้แตะต้องก็ตาม ทว่าก็มีผู้นำหลายประเทศที่ผู้ถึงประเด็นนี้อย่างอ้อมๆ เช่น ประธานคณะมนตรียุโรปที่กล่าวว่า การเจรจาและการยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญ
ขณะที่สำนักงานของนายเปอร์เฟคโต ยาซาย รัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นคู่พิพาทยื่นฟ้องจีนต่อพีซีเอกรณีปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้ ระบุว่า นายยาซายจะหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาพิพาทโดยสันติและตั้งอยู่บนหลักฎหมาย อันเป็นแนวทางของฟิลิปปินส์และชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องเคารพคำตัดสินของศาล
ส่วนนายฟาม บินห์ มินห์ รัฐมนตรีต่างประเทศของเวียดนาม ที่ถือว่าได้ประโยชน์จากคำตัดสินของพีซีเอในกรณีนี้ด้วย เนื่องจากเวียดนามก็มีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจีนใต้กับจีนเช่นกัน กล่าวว่า เวียดนามจะพูดในทุกประเด็นปัญหาที่มีในที่ประชุมครั้งนี้ และว่า เวียดนามยินดีกับคำตัดสินของศาล
วันเดียวกัน เว็บไซต์ของโกลบอลไทม์ส สื่อทางการจีนรายงานอ้างข้อมูลจากบรรษัทนิวเคลียร์แห่งชาติจีน(ซีเอ็นเอ็นซี)ที่ปรากฎอยู่ในบัญชีวีแชทของซีเอ็นเอ็นซีระบุว่า จีนอาจสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เคลื่อนที่ขึ้นในทะเลจีนใต้เพื่อใช้เป็นฐานจัดหาน้ำจืดสนับสนุนกองกำลังทหารจีนที่ประจำการณ์อยู่ในทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวของซีเอ็นเอ็นซีได้ถูกลบทิ้งไปในภายหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของซีเอ็นเอ็นซีเปิดเผยว่าเหตุที่มีการลบทิ้งเพราะต้องมีการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของข้อมูลก่อน

