เมื่อวันที่ 13 เมษายน เว็บไซต์นิวยอร์กไทม์ส เผยผลการศึกษาของบริษัทในสหรัฐอเมริกา ระบุ บรรดาเขื่อนในแม่น้ำโขงประเทศจีน กักเก็บน้ำเอาไว้ปริมาณมหาศาล ในช่วงที่บรรดาประเทศตอนล่างของเขื่อนหลายประเทศต้องเผชิญกับภาวะแห้งแล้งเมื่อปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนออกมาตอบโต้ผลการศึกษาดังกล่าว โดยระบุว่า จีนก็เจอความแห้งแล้งเช่นกัน เนื่องจากช่วงฤดูมรสุมปีที่ผ่านมา มีปริมาณฝนที่ตกลงมาน้อย ตามแนวแม่น้ำที่ยาวถึง 4,350 กิโลเมตรแห่งนี้
ผลการศึกษาดังกล่าว เป็นของบริษัท อายส์ ออน เอิร์ธ อิงค์ บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับน้ำ ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐในการทำการศึกษาดังกล่าว ที่อาจจะนำไปสู่การหารือที่ซับซ้อนระหว่างจีนกับประเทศอื่นๆตามแนวแม่น้ำโขงถึงการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนราว 60 ล้านคน ทั้งในประเทศลาว เมียนมา ไทย ตลอดไปจนถึงกัมพูชาและเวียดนาม
ข่าวระบุว่า ปีที่แล้วหลายประเทศในลุ่มน้ำโขงต่างเผชิญกับความแห้งแล้งอย่างหนัก แต่จีนซึ่งเป็นต้นลำน้ำโขงกลับไม่เจอกับสภาวะแห้งแล้ง และยังจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้ำในแม่น้ำโขงแห้งแล้ง เนื่องจากจำกัดการปล่อยน้ำออกมาจากเขื่อนของจีน
นายอลัน เบซิสต์ ผู้ร่วมเขียนรายงานดังกล่าว ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 เมษายน กล่าวว่า ภาพจากดาวเทียมไม่สามารถโกหกได้ และภาพได้แสดงให้เห็นถึงน้ำที่มีอยู่เต็มบริเวณที่ราบสูงทิเบต ในขณะที่หลายประเทศ อย่างกัมพูชา และไทย กลับอยู่ในภาวะยากเข็ญ และว่า มีน้ำปริมาณมากที่ถูกกักเก็บไว้ในประเทศจีน
ทั้งนี้ แม่น้ำโขงถือว่าเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดในโลก หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนนับสิบล้านคนด้วยน้ำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสัตว์น้ำ แต่เขื่อนจำนวนมากในจีน ได้ขโมยเอาทรัพยากรในแม่น้ำเหล่านี้ไป โดยผู้ที่ทำประมงต่างระบุว่า สามารถจับปลาได้น้อยลง และต้องเผชิญกับความแห้งแล้ง บางครั้งก็ต้องเจอกับน้ำท่วมฉับพลัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ได้กล่าวระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า จีนเองก็ประสบกับปัญหาเช่นกัน และว่า ผู้นำของจีนเองยังได้ปันน้ำไปยังประเทศที่อยู่ตอนล่างด้วย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่จีนเองกำลังเจอกับปัญหาใหญ่เรื่องการระบาดของโรคติดเชื้อไวรันโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ด้วย และว่า จีนเองก็ประสบปัญหาความแห้งแล้ง และการขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เนื่องจากฝนที่ตกลงมาน้อยในตอนบนของประเทศ แต่ก็สามารถเอาชนะความยากลำบากมาได้ จนสามารถเพิ่มปริมาณน้ำในการปล่อยออกมาได้
อย่างไรก็ตาม นายเบซิสต์ ไม่เห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าวของนายหวัง อี้ โดยระบุว่า ดูจากแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นสีน้ำเงินของน้ำอยู่ในประเทศจีน และสีแดง จากการขาดน้ำในประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งจีนสามารถจัดการให้น้ำเหล่านี้ไหลลงไปผ่านทางเขื่อนต่างๆได้ แต่จีนก็ไม่ได้ทำ

