เมื่อวันที่ 25 เมษายน รอยเตอร์รายงานบรรยากาศหลังจากนายไบรอัน เคมป์ ผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ประกาศผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ ให้ธุรกิจหลายประเภท รวมทั้งร้านตัดผม กลับมาเปิดบริการเมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ว่า มีเสียงคัดค้านจากนายกเทศมนตรีหลายเมืองภายในรัฐจอร์เจียว่ายังเร็วเกินไป และมีร้านตัดผมบางร้านที่ตัดสินใจยังไม่เปิดให้บริการ

แต่สำหรับร้านตัดผม แต่งเล็บ สปา อย่างร้าน Three-13 Salon,Spa& Boutique ในเมืองมารีเอตตา รัฐจอร์เจีย ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 24 เมษายน มีมาตรการคุมเข้ม โดยลูกค้าต้องยืนรอคิวอยู่ด้านนอกร้าน โดยมีการเว้นระยะห่างทางสังคม จากนั้นเมื่อถึงคิว ก่อนจะเข้าไปในรัาน จะต้องถูก “วัดไข้” และซักประวัติว่าเป็นไข้หรือไม่ ไอหรือไม่? มีใครภายในบ้านป่วย หรือต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันหรือไม่? จากนั้นเจ้าหน้าที่จะติดสติ๊กเกอร์ให้เดินผ่านเข้าไปในร้านได้

เมื่ออยู่ในร้าน ลูกค้าจะถูกจัดให้นั่งห่างกัน 6 ฟุต หรือราว 1.8 เมตร และได้รับเสื้อคลุมแบบใช้แล้วทิ้ง ขณะที่ภายในร้านจะมีช่างและเจ้าหน้าที่อยู่น้อยกว่าปกติเกือบครึ่งหนึ่ง เพื่อลดความแออัด

นายเลสเตอร์ โครเวลล์ หุ้นส่วนและผู้จัดการร้าน วัย 63 กล่าวว่า ระหว่างปิดร้านไป 33 วัน เขาสูญเสียรายได้ไปราว 450,000 ดอลลาร์ หรือราว 14,580,000 บาท และจากที่ปกติ วันศุกร์จะรับลูกค้าได้ราว 300 คน ตอนนี้น่าจะรับลูกค้าได้ราว 1 ใน 3
นายทอมมี วัย 69 เจ้าของร้านโธมัส บาร์เบอร์ ช็อป เล่าถึงมาตรการที่ทางร้านใช้ในช่วงนี้คือ เขาและช่างต้องสวมถุงมือ สวมหน้ากากระหว่างให้บริการลูกค้า “ผมยินดีจะปฎิบัติตามคำแนะนำของรัฐ และสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำเพื่อให้ร้านเราเปิดให้บริการต่อไปได้ ”
แซนดรา ฮาเนส เจ้าของร้านเดอะ บาร์เบอร์ แอนด์ สไตล์ วัย 44 กล่าวว่า “ที่จริงมันยังเร็วเกินไปที่จะเปิด แต่ฉันไม่มีทางเลือก เพราะถ้าฉันยังปิดร้าน ลูกค้าของฉันก็ต้องไปที่ร้านอื่น”
อย่างไรก็ตาม แซนดราบอกว่า ระหว่างนี้เธอรับแต่ลูกค้าที่โทรศัพท์มาจองคิว นัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น ไม่มีการรับลูกค้าที่วอล์ก อิน หรือเดินเข้ามาโดยไม่นัดหมายกันก่อน

