หน้าแรก ต่างประเทศ ซาอุฯยกเลิกโท...

ซาอุฯยกเลิกโทษ “เฆี่ยนตี” ชี้มุ่งนำประเทศเดินตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล

25.04.20 | 16:22 น.
แฟ้มภาพเอเอฟพี

เมื่อวันที่ 25 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ศาลฎีกาซาอุดีอาระเบียประกาศยกเลิกการใช้โทษเฆี่ยนตีในการลงโทษผู้กระทำผิด พร้อมยกย่องว่าเป็นพัฒนาการล่าสุดด้านสิทธิมนุษยชนที่กษัตรย์แห่งซาอุฯและมกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ทรงส่งเสริมผลักดัน

ศาลฎีกาซาอุฯชี้ว่าการปฏิรูปครั้งล่าสุดนี้มีขึ้นภายใต้ความมุ่งมั่นให้ราชอาณาจักรซาอุฯปฏิบัติสอดคล้องตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลที่ต่อต้านการลงโทษทางร่างกาย โดยก่อนหน้านี้ศาลอาจสั่งลงโทษด้วยการเฆี่ยนโบยผู้กระทำผิดในฐานความผิดตั้งแต่การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรสไปจนถึงการก่อกวนความสงบสุข แต่ต่อไปผู้พิพากษาจะพิจารณาบทลงโทษเป็นการสั่งปรับเงินหรือจำคุก หรือโทษทั้งปรับและจำคุก หรืออาจลงโทษด้วยการสั่งให้ผู้กระทำผิดบริการชุมชนแทน

ที่ผ่านมาการเฆี่ยนตีถูกกำหนดเป็นบทลงโทษหนึ่งที่มีต่อผู้กระทำผิดในประเทศซาอุฯ หลายครั้งศาลอาจสั่งโทษเฆี่ยนตีเป็นจำนวนหลายร้อยครั้ง ซึ่งเป็นบทลงโทษที่ถูกองค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชนก่นประณามซาอุฯมาอย่างยาวนาน และยังมีการวิจารณ์อีกว่าการปฏิรูปกฎหมายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯไม่ได้เป็นสิ่งที่หยุดยั้งการปราบปรามผู้อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับราชอาณาจักรซาอุฯ ซึ่งรวมถึงการใช้ผ่านโทษประหารชีวิตแต่อย่างใด

โดยคดีผู้ที่ได้รับโทษเฆี่ยนตีที่โด่งดังเมื่อเร็วๆนี้เป็นกรณีของ ราอิฟ บาดาวี บล็อกเกอร์คนดัง ที่ถูกศาลซาอุฯตัดสินโทษจำคุก 10 ปี และเฆี่ยนตีอีก 1,000 ครั้ง ฐานหมิ่นศาสนาอิสลามในปี 2014

การยกเลิกบทลงโทษทางร่างกายของซาอุฯครั้งนี้ยังมีขึ้นไม่กี่วันหลังจากสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศซาอุฯ ตกเป็นที่จับจ้องอีกครั้งหลังมีรายงานข่าวการเสียชีวิตลงด้วยโรคเส้นเลือดอุดตันของนายอับดุลลาห์ อัล-ฮาหมิด นักเคลื่อนไหวแถวหน้าของซาอุฯ วัย 69 ปี

Advertisement