เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เกิดเหตุลูกค้าขาโหด 2 คน ชักปืนออกมายิงพนักงานร้านแมคโดนัลด์ ในเมืองโอกลาโฮมาซิตี รัฐโอกลาโฮมา สหรัฐอเมริกา จนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุไม่พอใจที่ถูกพนักงานร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งนี้ ร้องขอให้ออกจากโซนพื้นที่นั่งรับประทานอาหารของทางร้าน เนื่องจากขัดต่อมาตรการคุมเข้มในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่
เหตุโจมตีอุกอาจครั้งนี้ได้รับการเปิดเผยจากร้อยโท มิเชล เฮนเดอร์สัน ตำรวจประท้องที่ในเมืองโอกลาโฮมาซิตี้ ที่ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นว่า ผู้ก่อเหตุทั้งสองคนเกิดความโกรธเกรี้ยว และชักปืนออกมายิง จนทำให้พนักงาน 2 คนถูกยิง โดยคนหนึ่งกระสุนฝังเข้าที่ขา อีกคนกระสุนฝังเข้าที่หัวไหล่ แต่อาการบาดเจ็บไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต และยังมีพนักงานหญิงอีก 1 คนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุศีรษะแตก ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่มีการต่อสู้กันในร้าน ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมาในพื้นที่ใกล้กับร้านเกิดเหตุ
เป็นหนึ่งในเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการประท้วงไม่พอใจของชาวอเมริกันจำนวนมากที่มีต่อมาตรการจำกัดการเคลื่อนไหวอย่างเข้มงวดของรัฐบาลสหรัฐ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ก่อนหน้านี้ที่รัฐมิชิแกน เกิดเหตุเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างค้าปลีกแฟมิลีดอลลาร์ถูกลูกค้ายิงใส่ หลังจากบอกลูกค้าที่เข้ามาซื้อของให้สวมหน้ากากป้องกัน
นอกจากนี้ ยังมีเหตุชายรายหนึ่งนำเสื้อของพนักงานร้านดอลลาร์ทรีมาเช็ดจมูกตนเอง หลังถูกพนักงานบอกให้สวมหน้ากากป้องกัน และในรัฐแคลิฟอร์เนียมีรายงานลูกค้าสวมเสื้อมีฮูดเขียนคำว่า Ku Klux Klan ที่เป็นขบวนการสุดโต่งนิยมผิวขาวในสหรัฐ เข้าไปภายในร้านขายของชำ โดยไม่สนใจการร้องขอให้พนักงานให้ถอดเสื้อดังกล่าวออก

