สัมภาษณ์พิเศษ : ทูตไทยในรัสเซียย้ำ ดูแลคนไทยเต็มที่ เล่าที่มายอดติดเชื้อพุ่ง

หมายเหตุ “มติชน” – จากสถานการณ์แพร่ระบาดในรัสเซียที่เพิ่งสูงขึ้น มติชนได้พูดคุยกับ ท่านทูตธนาธิป อุปัติศฤงค์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ถึงสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงการดูแลคนไทยในรัสเซีย

ธนาธิป อุปัติศฤงค์

๐สถานการณ์แพร่ระบาดล่าสุดของไวรัสโคโรนาในรัสเซียสัปดาห์ที่ผ่านมาดูค่อนข้างน่ากลัว เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละเป็นหมื่น

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรัสเซียเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างรวดเร็ว ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤษภาคม ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของรัสเซียเพิ่มเป็น 177,160 ราย และเพิ่มขึ้นกว่า 11,231 จากวันก่อน ทำให้ยอดของรัสเซียเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 5 ของโลก และเพิ่มขึ้นกว่า 5% ต่อวันในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สถิติผู้ติดเชื้อใหม่ตั้งแต่ 22 เมษายน – 4 พฤษภาคม พบว่า 42.1% มีอายุตั้งแต่ 18-45 ปี และ 36.4% ตั้งแต่ 46-65 ปี ทำให้ผู้ติดเชื้อกว่า 78% ของทั้งหมดเป็นวัยที่อยู่ระหว่างการทำงานทั้งสิ้น สถิตินี้ส่งผลให้รัสเซียขยายวันหยุดปิดสำนักงานจนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม และมีแนวโน้มที่จะประกาศขยายอีกจนถึงสิ้นเดือน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ครึ่งหลังของเดือนเมษายน นอกเหนือจากการเพิ่มปริมาณการตรวจเชื้อขึ้นเป็นราว 150,000 คนต่อวัน และอัตราการแพร่ระบาดตามปกติแล้ว ปัจจัยที่สำคัญมากอีกข้อคือชาวรัสเซียไม่เข้มงวดในการปฏิบัติตามแนวทางการกักตัวและดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม(social distancing) เท่าช่วงแรกของการระบาด เห็นได้จากที่ในเดือนเมษายนและพฤษภาคมมีคนออกมาบนท้องถนนเพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดือนมีนาคมที่ประชาชนให้ความร่วมมือกับการทำงานที่บ้านและการกักบริเวณในบ้านพักค่อนข้างดีกว่า แต่พอมาถึงเดือนเมษายนและพฤษภาคม คนออกมานอกบ้านและไปทำงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักมาจากการขาดรายได้จากการหยุดงานที่นานจนเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ผู้ติดเชื้อใหม่เกือบ 80% เป็นวัยทำงาน

สรุปได้ว่าการที่จำนวนยอดผู้ติดเชื้อในรัสเซียเพิ่มขึ้นจึงมาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ 1.การป้องกันที่ไม่ได้ผล ประชาชนละเลยมาตรการกักตัวและการเว้นระยะห่างทางสังคม จากความจำเป็นในการทำงานและความเครียด 2.เป็นผลจากการตรวจเชื้อแบบเชิงรุกที่ทำทั้งภาครัฐและเอกชนวันละกว่า 157,000 คน และ 3.ปัจจัยการมีผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ที่ปัจจุบันคนรัสเซียยังคงเดินทางกลับบ้านเกิดอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดีแม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเสียชีวิตนั้นถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดคือไม่เกิน 0.5% ซึ่งน่าจะมีสาเหตุจากหลายประการ ประกอบด้วย นโยบายการตรวจเชื้อเชิงรุก เนื่องจากรัสเซียสามารถผลิตชุดตรวจด้วยตนเองทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้ตรวจพบผู้ติดเชื้อในระยะไม่แสดงอาการได้จำนวนมากหรือสูงถึงเฉลี่ย 49.1% ต่อวัน และทำให้รักษาได้ทันท่วงที โดยผู้เสียชีวิตในรัสเซียส่วนใหญ่เกิดจากรายที่ไม่เรียกแพทย์เข้าตรวจจนกระทั่งภาวะของโรคสายเกินการเยียวยา ขณะที่ศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยในศูนย์และโรงพยาบาลของรัสเซียยังเพียงพอทั้งในแง่เตียงรักษาและอุปกรณ์ช่วยชีวิต รวมถึงความสามารถในการผลิตยาต้านไวรัสด้วยตนเองของรัสเซียทั้งสูตรในประเทศและสูตรที่ใช้ในประเทศอื่น ทำให้รัสเซียเข้าถึงยารักษาอาการได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า

ดังนั้นแม้การติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นอาจสะท้อนถึงการป้องกันที่ไม่ได้ผล แต่จำนวนเสียชีวิตต่ำสะท้อนความสามารถในการรักษาที่ดี ขณะที่ระบบการรับคนรักษากรณีฉุกเฉินของรัสเซียนับเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติหรือสัญชาติของผู้ป่วย โดยทุกคนมีสิทธิเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน และจะให้บริการภายใน 30 นาที

๐สถานเอกอัครราชทูตให้ความช่วยเหลือคนไทยในช่วงเวลานี้และช่วงที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง

สถานทูตดูแลคนไทยมาตลอดนับตั้งแต่ต้น ยิ่งเมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดเพิ่มขึ้นเราได้ดำเนินการในทุกช่องทางที่สามารถทำได้เพื่อบรรเทาปัญหาให้กับนักศึกษา คนงาน ไปจนถึงนักท่องเที่ยวไทยในรัสเซีย โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลและการประกาศข่าวสำคัญต่างๆ เชิงรุกผ่านโซเชียลมีเดียของสถานทูตอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการส่งคนไทยกลับบ้านโดยเที่ยวบินพิเศษของรัสเซียที่ไปรับชาวรัสเซียกลับ ที่ผ่านมาดำเนินการไปแล้ว 3 ครั้ง ในวันที่ 10 เมษายน 34 คน 22 เมษายน 18 คน และ 2 พฤษภาคมอีก 70 คน รวม 122 คน เรายังสื่อสารกับนักเรียนและชุมชนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อให้กำลังใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในสถานการณ์เช่นนี้ รวมถึงการเตรียมตัวกลับไทยหากมีเที่ยวบิน

ที่ผ่านมาสถานทูตยังได้ส่งถุงยังชีพให้กับคนไทยระหว่างที่ยังอยู่ในช่วงกักตัว รวมถึงคนไทยทำงานอยู่ในรัสเซีย ซึ่งมีทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และจะดำเนินการส่งมอบถุงยังชีพต่อเนื่องต่อไปตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ และกำลังจะส่งความช่วยเหลือไปยังนักเรียนแพทย์ที่เมือง Kursh ที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมและเข้าเดือนถือศีลอดในขณะนี้อีกด้วย

นอกจากนี้ บ. เจริญโภคภัณฑ์(ซีพี)ซึ่งทำธุรกิจด้านอาหารที่รัสเซียได้ให้ความช่วยเหลือกับคนไทยด้วยอีกทางหนึ่ง โดยส่งเนื้อไก่ เนื้อหมู อาหารให้กับคนไทยฟรี ตามที่อยู่ที่แจ้งตรงกับซีพีกว่า 800 คน ทั้งคนไทยในกรุงมอสโกและนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องปากท้องเท่าใด แต่คนไทยบางส่วนเริ่มมีท่าทีที่อยากจะให้สถานทูตส่งเงินช่วยเหลือเนื่องจากขาดรายได้ ซึ่งสถานทูตได้สอบถามนายจ้างหลายกลุ่ม ได้รับแจ้งกลับมาว่านายจ้างยังสนับสนุนด้านการเงินในรูปแบบค่าอาหาร อาหาร และค่าที่พักอยู่ แม้จะไม่ได้จ่ายเงินเดือนตั้งแต่เมษายน เพราะยังเปิดธุรกิจไม่ได้ และขอความร่วมมือให้แรงงานอยู่ต่อเพื่อรอเปิดธุรกิจอีกครั้ง โดยจะทยอยจ่ายเงินเดือนให้เมื่อมีเงินเข้า

ที่ผ่านมาชุมชนไทยให้ความร่วมมือดีและอดทนต่อสถานการณ์ในรัสเซียได้ดีพอควร เนื่องจากในช่วงแรกรัสเซียไม่มีการแพร่ระบาดของโรค แรงงานไทยส่วนใหญ่มาทำงานถูกกฎหมายมาเป็นพนักงานนวดในสปา ซึ่งนายจ้างส่วนหนึ่งยังคงดูแลและรอคอยวันที่จะมาเปิดธุรกิจได้อีก อีกส่วนหนึ่งคือนายจ้างเลิกจ้างแล้ว ซึ่งเป็นจำนวนหลักที่สถานทูตจะส่งกลับโดยเร่งด่วน โดยในช่วงเดือนมิถุนายนนี้จะเป็นอีกช่วงที่จะมีนักเรียนไทยปิดภาคเรียนและประสงค์จะกลับไทย ซึ่งน่าจะทำให้มีความต้องการกลับไทยอีกระลอก ในชั้นนี้มีคนลงทะเบียนแจ้งความประสงค์กลับประเทศกับสถานทูตอยู่ราว 300 คน และในวันที่ 11 พฤษภาคม จะมีคนไทยอีก 99 คนเดินทางกลับบ้านด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘โลตัส’​ รับผิดชอบ​สังคม วางมาตรการ​เข้มรับเปิดให้บริการ​ตามปกติ
บทความถัดไป‘แจ๊ค สระบุรี – ต๋อง ศิษย์ฉ่อย’ ประมูลไม้คิวระดมเงินสมทบมอบให้ ‘บิณฑ์’ ช่วยผู้เดือดร้อน