‘ซูจี’นำทัพส.ส.เอ็นแอลดีสาบานตนในการประชุมรัฐสภาพม่าชุดใหม่ครั้งแรก

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติพม่าชุดใหม่ที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภา ซึ่งรวมถึงส.ส.จากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี)ของนางออง ซาน ซูจี จำนวน 390 คน ได้สาบานตนรับตำแหน่งแล้ว ในการเปิดประชุมรัฐสภาชุดใหม่ครั้งแรกที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงพม่า ในวันเดียวกันนี้ ซึ่งนับเป็นการก้าวสู่ยุคใหม่ทางการเมืองของพม่าภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งนำโดยพรรคเอ็นแอลดี หลังจากอยู่ภายใต้ระบอบอำนาจทหารมานานกว่า 5 ทศวรรษ

ข่าวแจ้งว่า นางซูจีเดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยลงนั่งเก้าอี้ในสภาเพียงลำพังไม่นานก่อนการประชุมรัฐสภาชุดใหม่จะเริ่มขึ้น จากนั้นเหล่าส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาร่วมกันสาบานตน ก่อนมีการแต่งตั้งนายวิน มินต์ พันธมิตรใกล้ชิดซูจี ให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรพม่า โดยนายวิน มินต์ กล่าวรับตำแหน่งว่า วันนี้เป็นวันที่จะต้องภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประเทศและการเปลี่ยนถ่ายสู่ประชาธิปไตย

ภารกิจแรกของรัฐสภาชุดใหม่ อันประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และกองทัพที่ยังถือครองที่นั่งในสภานิติบัญญัติอยู่ 25 เปอร์เซ็นต์ จะต้องโหวตเลือกผู้สมัคร 3 คนที่มีการเสนอชื่อเข้ามาเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีพม่าคนใหม่ โดยผู้ชนะการโหวตจะได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ส่วนผู้สมัครอีก 2 คนที่เหลือ จะได้เป็นรองประธานาธิบดี

ขณะที่สมาชิกพรรคเอ็นแอลดีเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า กระบวนการเสนอชื่อผู้สมัครเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรคเอ็นแอลดีมีความเป็นไปได้ว่าจะมีขึ้นปลายเดือนนี้ โดยนางซูจียังไม่เปิดเผยตัวเลือกที่ทางพรรคจะส่งลงชิงตำแหน่งแต่อย่างใด ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่า จะหมดวาระดำรงตำแหน่งในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ขณะที่รัฐบาลพม่าชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคเอ็นแอลดีที่ชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาโดยกวาดที่นั่งในสภาไปได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์นั้น จะเริ่มทำหน้าที่บริหารประเทศในเดือนเมษายนอย่างเป็นทางการ

ข่าวแจ้งว่า หลังชนะการเลือกตั้งซูจีประกาศกร้าวว่าตนเองจะ “อยู่เหนือประธานาธิบดี” และจะควบคุมการบริหารงานของรัฐบาลเอง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะเป็นไปในลักษณะใด หลังจากมาตราหนึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ที่พม่าใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นอุปสรรคขวางทางซูจี เนื่องจากกำหนดห้ามบุคคลที่มีคู่สมรสหรือบุตรถือสัญชาติต่างด้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

นักสังเกตการณ์หลายคนกำลังจับตาดูความสัมพันธ์ระหว่างซูจีกับกองทัพที่ยังคุมกระทรวงสำคัญของพม่าอย่างใกล้ชิด โดยผู้สังเกตการณ์หลายคนมองว่าซูจีอาจกำลังพยายามโน้มน้าวให้กองทัพยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่เป็นปัญหาอยู่ แม้ว่าขณะนี้ยังเป็นความพยายามที่ยังห่างไกลในการจะทำให้กองทัพยอมปรับแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าวก็ตาม

บทความก่อนหน้านี้NEON FEST BKK งานเทศกาลสุดยิ่งใหญ่แปลกล้ำไม่ซ้ำใคร!
บทความถัดไปกรมอนามัยชง “พันล้าน” แจกโฟเลตหญิงไทยวัยเจริญพันธุ์