เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สนามบินนานาชาติดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ยังคงเป็นสนามบินที่คับคั่งที่สุดเมื่อปีที่แล้ว โดยมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 10.7 เปอร์เซ็นต์จากเมื่อปีก่อนหน้า
แถลงการณ์ของสนามบินระบุว่า มีผู้โดยสารมากกว่า 78 ล้านคนเดินทางผ่านสนามบินดูไบในปี 2558 โดยในจำนวนนี้เป็นผู้โดยสารจากอินเดีย อังกฤษ และซาอุดีอาระเบียที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีชาวอินเดีย 10.4 ล้านคนเดินทางผ่านสนามบินดูไบเมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ถึง 17 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเดินทางผ่านสนามบินดูไบเพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ เป็น 5.7 ล้านคน ส่วนชาวซาอุฯที่เดินทางมายังสนามบินดูไบเพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ เป็น 5.5 ล้านคน
เมื่อปี 2557 ดูไบเพิ่งจะแย่งชิงตำแหน่งสนามบินที่มีผู้จำนวนโดยสารหนาแน่นที่สุดมาจากแชมป์เก่าอย่างท่าอากาศยานฮีธโรว์ ในกรุงลอนดอนของอังกฤษได้สำเร็จ โดยมีผู้โดยสารเดินทางผ่านทั้งสิ้น 70.4 ล้านคน
ทั้งนี้ การมีสถานที่ตั้งอยู่ที่จุดเปลี่ยนผ่านของเส้นทางสัญจรข้ามทวีป ทำให้ดูไบเป็นหนึ่งในไม่กี่สนามบินของประเทศในแถบภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่เติบโตเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีสายการบินราว 100 สายเดินทางไปยังจุดหมายมากกว่า 240 แห่งจากศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศแห่งนี้ ที่ยังถือเป็นฐานปฏิบัติการหลักของสายการบินเอมิเรตส์อีกด้วย
ข่าวระบุว่า สายการบินเอมิเรตส์ กับสายการบินเอติฮัด แอร์เวย์สซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของยูเออี ในส่วนของรัฐอาบูดาบี ตกอยู่ภายใต้การถูกกล่าวหาจากสายการบินของสหรัฐอเมริกาและยุโรปจำนวนมากว่า ไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน จากการได้รับเงินอุดหนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลงจากรัฐบาลยูเออี โดยเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐได้เปิดฉากสอบสวนในเรื่องนี้เมื่อปีที่แล้วหลังได้รับคำร้องเรียนจากสายการบินใหญ่ 3 แห่งของสหรัฐ
ทั้งนี้สนามบินแห่งที่ 2 ของดูไบคือสนามบินนานาชาติอัล-มักตูม ที่เพิ่งเปิดเมื่อปี 2556 จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้อีก 120 ล้านคนต่อปี เมื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบแล้ว

