สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า พนักงานบริษัท แมคโดนัลด์ เครือข่ายฟาสต์ฟูดระดับโลกในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา 5 คน ได้ยื่นฟ้องร้องแบบกลุ่ม หรือคลาส แอคชัน ต่อศาลอิลลินอยส์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม กล่าวหาบริษัทฯว่า ไม่นำเอาแนวทางเพื่อความปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่รัฐบาลแนะนำมาบังคับใช้ในสาขาต่างๆของบริษัท ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในหมู่พนักงานและครอบครัวของพนักงานทั่วประเทศ
ตัวแทนของกลุ่มพนักงานเผยแพร่เอกสารคำฟ้องดังกล่าว ซึ่งกล่าวหาแมคโดนัลด์ ว่า ไม่ได้จัดหาแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทำความสะอาดมือ ถุงมือ และหน้ากากอนามัยไว้ให้เพียงพอ และไม่ได้แจ้งให้กับพนักงานทั้งหมดรับทราบเมื่อพนักงานรายหนึ่งติดเชื้อโควิด-19 เรียกร้องให้ศาลมีคำสั่งให้แมคโดนัลด์ยุติการกำหนดให้พนักงานใช้หน้ากากอนามัยซ้ำ และกำหนดให้ลูกค้าจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ปกปิดใบหน้า และให้แจ้งให้ทราบทุกครั้งที่เกิดการติดเชื้อ
บริษัทแมคโดนัลด์ ออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมาอ้างว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่ถูกต้องตรงกันความเป็นจริง โดยยืนยันว่า ความปลอดภัยตลอดจนความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงการตรวจสอบการติดเชื้อและอุปกรณ์เพื่อการป้องกันต่างๆ มีความสำคัญสูงสุดในการดำเนินงานของบริษัท
อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของอีกหลายคดีที่พนักงานยื่นฟ้องร้องต่อบริษัท โดยในแคลิฟอร์เนีย มีอีกอย่างน้อย 3 คดี ที่พนักงาน 3 สาขายื่นฟ้องร้องคดีทางปกครอง กล่าวหาว่า ถูกบังคับให้ทำงานภายใต้สภาวะการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ต่อแผนกเพื่อความปลอดภัยและสุขภาวะแห่งแคลิฟอร์เนียอีกด้วย

