ไซโคลนอำพัน ซึ่งเป็นพายุไซโคลนที่มีความรุนแรงที่สุดในหลายทศวรรษ พัดขึ้นฝั่งบังกลาเทศรวมถึงชายฝั่งทางด้านตะวันออกของอินเดียแล้ว ส่งผลให้ระดับน้ำในแผ่นดินเพิ่มสูงขึ้น และสร้างความเสียหายอย่างหนักในเส้นทางที่พัดผ่าน เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ราย
อินเดียระบุว่า ไซโคลนอำพันพัดด้วยกำลังลมแรงสูงสุดถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นซุปเปอร์ไซโคลนลูกแรกที่เกิดขึ้นในอ่าวเบงกอลนับตั้งแต่ปี 1999 ทำให้มีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบริเวณหมู่บ้านและเมืองต่างๆ ที่ตั้งอยู่ตามชายฝั่ง ทำให้สายไฟฟ้าขาด ต้นไม้โค่นล้ม บ้านเรือนจมอยู่ภายใต้น้ำ ทั้งยังทำให้เกิดปรากฏการณ์คลื่นพายุซัดฝั่ง
ผู้บริหารรัฐเวสต์เบงกอลของอินเดียระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้น่าวิตกกังวลยิ่งกว่าการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนา โดยภาครัฐไม่รู้ว่าจะรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในหมู่บ้านบริเวณชายฝั่งถูกทำลายไปทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ทางการอินเดียได้เร่งอพยพผู้คนมากกว่า 3,000,000 คนในพื้นที่ต่ำ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาไปพร้อมๆ กัน
สำหรับสถานการณ์ในบังกลาเทศ ทางการยืนยันมีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย โดยในจำนวนนี้มีเด็กอายุเพียง 5 ปีและชายชราวัย 75 ซึ่งทั้งคู่ถูกต้นไม้ล้มทับ นอกจากนี้ อาสาสมัครที่ช่วยเหลือสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากไซโคลนพัดถล่มก็ยังจมน้ำตาย ขณะที่ในรัฐเวสต์เบงกอลของอินเดีย มีรายงานผู้ถูกต้นไม้ล้มทับตาย 3 ราย
ไซโคลนอำพันขึ้นฝั่งบังกลาเทศด้วยแรงลม 151 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะนี้ในบังกลาเทศผู้คนราว 3,000,000 คนไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยประชากรส่วนใหญ่จากประชากร 168,000,000 คนของประเทศที่ยากจนที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ต่างเผชิญกับพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่ทราบความเสียหายที่แท้จริงอันเนื่องมาจากไซโคลนอำพัน แต่ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลายไปหมดแล้ว ขณะที่บ้านเรือนก็เหมือนถูกรถแทรกเตอร์เกลี่ยดินวิ่งทับจนแทบจะมองไม่เห็นสภาพเดิม

