อังกฤษสั่งวัคซีนป้องกัน “โควิด” 100 ล้านโดส

แฟ้มภาพรอยเตอร์

นายปาสกาล โซไรออท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท แอสทราเซเนกา ซึ่งร่วมพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของประเทศอังกฤษ ให้สัมภาษณ์บีบีซีเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ยืนยันว่า รัฐบาลอังกฤษได้ออร์เดอร์ วัคซีนป้องกันโควิด-19 จากบริษัทแล้วรวม 100 ล้านโดส โดยกำหนดจะส่งมอบ 30 ล้านโดสแรกให้ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ในกรณีที่วัคซีนของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งถูกตั้งชื่อใหม่ว่า “เอแซดดี1222” (AZD1222) แทนที่ชื่อทางวิชาการ “แชดอกซ์1 เอ็นโคฟ-19″(ChAdOx1 nCoV-19) ประสบความสำเร็จด้วยดีในการทดลองระยะที่ 2 และการทดลองทางกุมารเวชศาสตร์ ซึ่งเริ่มต้นการประกาศหาอาสาสมัคร 10,260 คนทั่วอังกฤษ รวมทั้งผู้ที่อยู่ในวัยเด็กแล้วเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม

นายโซไรออท ยอมรับว่า นอกเหนือจากออร์เดอร์ของรัฐบาลอังกฤษแล้วบริษัทยังมีพันธะต้องจัดสรรวัคซีนให้กับสหรัฐอเมริกาอีก 300 ล้านโดส หลังจากได้รับเงินทุนสนับสนุนจากองค์การเพื่อการวิจัยและพัฒนาด้านชีวแพทย์ก้าวหน้า (บาร์ดา) ของสหรัฐอเมริกา 1,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับพัฒนา,ผลิตและส่งมอบวัคซีน เริ่มตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะรวมถึงการทดลองในคนระยะที่ 3 ที่จำเป็นต้องมีอาสาสมัครทดลอง 30,000 คน ต่อด้วยการทดลองทางกุมารเวชศาสตร์

ซีอีโอของแอสทราเซเนกา ยอมรับว่ายังคงมีโอกาสเสี่ยงที่วัคซีนนี้จะไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะการส่งมอบวัคซีนจะเกิดขึ้นได้นั้น ทางบริษัทไม่เพียงต้องพิสูจน์ว่า วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย แต่ยังจำเป็นต้องแสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ด้วยว่าเป็นเช่นนั้่นจริง

แอสทราเซเนกา มีความเชื่อมั่นมากว่า วัคซีนที่พัฒนาขึ้นจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดจะได้ผล และยังเตรียมการทดลองในประเทศอื่นๆ อีกด้วย นายโซไรออท ระบุว่า บริษัทกำลังทดลองวัคซีนตัวเดียวกันนี้ในประเทศบราซิล และกำลังมองไปที่รัสเซีย รวมทั้งพูดเป็นนัยว่าจะมีการทดลองในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

ในเวลาเดียวกันก็ได้เตรียมการเจรจากับหลายประเทศเพื่อให้แน่ใจเรื่องห่วงโซ่การผลิต และปริมาณการผลิตที่ต้องการคือ 1,000 ล้านโดส ซึ่งจะจำหน่ายในราคาต้นทุน ไม่คิดกำไร เพื่อให้ทั่วโลกได้ใช้วัคซีนนี้ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon