5สถานทูตไทยในลาตินอเมริกา ผนึกกำลังพาคนไทยกลับบ้าน

ทวีปลาตินอเมริกาเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีรายงานพบผู้ติดไวรัสโคโรนารายแรกของภูมิภาคในบราซิลเมื่อปลายเดือนกภุมภาพันธ์ โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า ทวีปอเมริกาทั้งหมดได้กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดใหม่ของโควิด-19 อยู่ในขณะนี้

สถานะ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในลาตินอเมริกาคือบราซิล 468,338 คน โดยบราซิลยังเป็นประเทศที่มีผู้ติดโควิด-19 มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ ตามด้วยเปรู 148,285 ที่รั้งอันดับ 2 ในภูมิภาคและอันดับ 11 ของโลก ชิลีอยู่ในอันดับ 13 ของโลกที่มีผู้ติดเชื้อ 90,638 คน เม็กซิโก 84,627 และเอกวาดอร์ 38,571 คน

จากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ ทั้ง 5 ประเทศดังกล่าวล้วนแต่ที่มีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยว ทำงานร้านอาหาร และเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนมาก

ที่ผ่านมาแม้ว่ารัฐบาลส่วนใหญ่ในภูมิภาคฯ ได้ประกาศให้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เป็นภาวะฉุกเฉินแห่งชาติตั้งแต่เริ่มการแพร่ระบาดอย่างสูงในเดือนมีนาคม และขยายกรอบเวลาออกไปอีกหลายครั้ง เพื่อคงมาตรการควบคุมต่างๆ ที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดลง ไม่ว่าจะการปิดพรมแดนทั้งทางบก ทะเล และอากาศ ระงับเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเป็นการชั่วคราว จำกัดการสัญจรระหว่างเมือง กำหนดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม จัดระเบียบให้ประชาชนชาย-หญิงสลับกันออกไปจ่ายตลาด และบังคับให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน แต่หลายประเทศในภูมิภาคยังไม่สามารถลดแนวโน้มของการแพร่ระบาดลงได้

ประเทศต่างๆ เผชิญปัญหาและความท้าทายด้านสาธารณสุขที่หลากหลาย ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการระบบสาธารณสุขที่ไม่ครอบคลุมและสภาพสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูง อาทิ ปัญหาคนไข้ล้นโรงพยาบาลในเอกวาดอร์ เนื่องจากผู้ป่วยที่รักษาหายมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะในเขตแอมะซอนของบราซิลและเปรูไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และยังถูกซ้ำเติมจากวิกฤตด้านการเมือง เศรษฐกิจ และมนุษยธรรม หรือในเวเนซุเอลาที่ประสบปัญหาขาดแคลนยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นมาเพื่อมารับมือกับโควิด-19

สำหรับการให้ความช่วยเหลือและดูแลคนไทยในลาตินอเมริกา นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดขึ้น สถานเอกอัครราชทูตไทยทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงซันติอาโก ประเทศชิลี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้ให้การช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่การจัดส่งหน้ากากอนามัย ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น และอาหารแห้ง รวมถึงติดตามสอบถามความเป็นอยู่ของคนไทยรวมถึงนักเรียนไทยที่เข้าไปเรียนในโครงการแลกเปลี่ยนในประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริการวมแล้วมากกว่า 100 คน โดยมีการตั้งกลุ่มไลน์เพื่อพูดคุยและให้ข้อมูลกับคนไทยและนักเรียนไทย เพื่อให้เกิดความอุ่นใจว่าแม้จะอยู่ห่างไกลแต่ก็ยังมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ของสถานทูตไทยได้อย่างไม่ขาดตอน นอกจากนี้ยังมีการติดต่อพูดคุยกับนักเรียนในประเทศที่ไม่มีสถานทูตตั้งอยู่ผ่านวิดีโอคอล เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ รวมถึงสอบถามสารทุกข์สุขดิบ ไปจนถึงติดต่อกับครอบครัวอุปถัมภ์ที่คอยดูแลนักเรียนไทยที่มาเรียนต่อในโครงการแลกเปลี่ยนต่างๆ อาทิ เอเอฟเอส และโรตารี นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนด้านการเงินในเรื่องของค่าอาหารและที่พักให้กับผู้ประสบปัญหาอีกด้วย

อย่างไรก็ดีเนื่องจากความห่างไกลและเที่ยวบินที่เดินทางระหว่างไทยกับลาตินอเมริกามีค่อนข้างจำกัด ทำให้การอพยพคนไทยออกจากภูมิภาคจึงเป็นภารกิจที่มีความท้าท้ายสูงและต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับสถานทูตไทยในลาตินอเมริกาทั้งหมดอย่างใกล้ชิด และได้เร่งช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างในภูมิภาค ซึ่งนอกจากนักเรียนไทยแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวและตนไทยที่เข้าไปทำงาน จนสามารถนำคนไทยส่วนใหญ่กลับบ้านได้แล้ว

นับจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม มีคนไทยกลับมาจากประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกาแล้ว 108 คน โดยแบ่งเป็นคนไทยที่กลับมาจากอุรุกวัย 2 คน เม็กซิโก 4 คน เปรู 11 คน ชิลี 11 คน บราซิล 28 และอาร์เจนตินา 52 คน
การเดินทางกลับจากลาตินอเมริกาไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ในสภาวะปกติเพราะไม่มีเที่ยวบินตรง ขณะที่การเดินทางไปเปลี่ยนเครื่องในภูมิภาคอื่นๆ อาทิ ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในขณะนี้ เพราะไม่เพียงแต่จะไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ หลายประเทศก็ยกเลิกการออกวีซ่าให้กับคนต่างชาติที่จะเดินทางเข้าไป เพื่่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา กว่าที่จะนำคนไทยในลาตินอเมริการกลับบ้านได้ ต้องมีการประสานงานระหว่างสถานทูตไทยในหลายภูมิภาครวมถึงประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อช่วยหาทางแก้ไขปัญหาให้กับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับบ้านให้ได้มากที่สุด

แน่นอนว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ยังตกค้างอยู่ เพราะไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศ หรือติดขัดปัญหาเรื่องวีซ่าของประเทศที่ต้องไปแวะพักเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางเข้าไทย ซึ่งสถานทูตไทยในลาตินอเมริกายังคงประสานกับคนไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือในการเดินทางกลับประเทศได้ในทันทีที่โอกาสอำนวยต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ส.ลูกยางไทย แจ้งสโมสรส่งแผนซ้อม หลังปลดล็อกเฟส3 จ่อเรียกทีมชาติเข้าแคมป์
บทความถัดไปเจ็ตสกีไทย ปรับแผนสู้ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ปักธงเวิลด์คัพ ธ.ค. กระตุ้นเม็ดเงินพันล้าน