คอลัมน์ People In Focus: สแตนลีย์ โฮ บิดาแห่งการพนันยุคใหม่ของจีน
สแตนลีย์ โฮ ผู้ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยวัย 98 ปี เป็นบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็น “บิดา” แห่งการพนันยุคใหม่ของจีน
โฮ มีชีวิตผาดโผนผ่านความยากลำบากก้าวไปสู่การเป็นมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจคาสิโนที่ร่ำรวยที่สุดบนเกาะมาเก๊า มีส่วนทำให้มาเก๊าเปลี่ยนแปลงจากเกาะเล็กๆที่เป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยสงคราม กลายเป็นแห่งท่องเที่ยวที่โด่งดังของโลกในปัจจุบัน
เกิดในปี 1921 ในครอบครัวที่ร่ำรวยและมีอำนาจมากที่สุดครอบครัวหนึ่งในฮ่องกง แต่ทว่า เมื่อ โฮ อายุได้ 13 ปี พ่อของโฮก็ทิ้งครอบครัวไปหลังจากต้องสิ้นเนื้อประดาตัวผลจากเหตุการณ์เศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในช่วงทศวรรษที่ 30
โฮ เรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง แต่ก็ต้องหยุดเรียนเพราะสงครามโลกครั้งที่ 2
ด้วยความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษและภาษาจีน โฮ ทำงานเป็นโอเปอเรเตอร์ทางโทรศัพท์ให้กับกองทัพอังกฤษในช่วงเวลาที่กองทัพญี่ปุ่นยึดครองฮ่องกง ก่อนที่โฮ จะลี้ภัยไปยังเกาะมาเก๊า ที่พักพิงของผู้ลี้ภัยจากจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วงสงคราม
ในปี 1948 โฮ แต่งงานกับ เคลเมนทินา เหลยเถา ลูกสาวทนายความชื่อดังในมาเก๊า ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าอาณานิคมโปรตุเกสและสังคมชั้นสูงบนเกาะมาเก๊า เส้นสายที่ช่วยให้โฮ ได้สัมปทานผูกขาดธุรกิจคาสิโนในปี 1962 และในเวลาเดียวกันนั้นเอง โฮ ก็แต่งงานกับ ลูซินา ลัม อีกคน เนื่องจากกฎหมายภายใต้ราชวงศ์ชิงในเวลานั้นเปิดทางให้ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้หลายคน ก่อนที่การมีภรรยาหลายคนจะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมายในทศวรรษที่ 70
โฮ มีลูกกับภรรยาอีก 2 คนที่เหลืออย่าง “ไอนา ชาน” และ “แองเจลา เหลียง” โดย โฮ พบกับ “ชาน” พยาบาลที่โฮ จ้างให้มาดูแลภรรยาคนแรกอย่าง “เหลยเถา” ที่กำลังป่วยก่อนจะเสียชีวิตในปี 2004 และความชื่นชอบการเต้นรำของโฮก็ทำให้ได้พบกับ “เหลียง” แดนเซอร์ และอดีตครูสอนเต้นรำด้วยเช่นกัน
โปรตุเกส ส่งมอบเกาะมาเก๊าคืนให้กับจีนในปี 1999 ก่อนที่สัมปทานผูกขาดธุรกิจคาสิโนของโฮ จะสิ้นสุดลงในปี 2002 ส่งผลให้มีบริษัทคานิโนคู่แข่งจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนมากขึ้น
การเปิดเสรีส่งผลกระทบกับ บริษัทเอสเจเอ็ม โฮลดิ้ง ของโฮพอสมควร ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือ 14 เปอร์เซ็นต์ในปี 2019 เทียบกับสัดส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อ 10 ปีก่อน อย่างไรก็ตาม โฮก็สามารถขยายอาณาจักรผ่านบริษัทของลูกๆ รวมถึงสร้างธุรกิจอื่นๆตามมาอีกมากมายได้เช่นกันไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงแรม สนามบิน รวมไปถึงสนามแข่งม้า
โฮ ใช้ชีวิตอย่างร่ำรวย ในปี 2007 เคยเป็นข่าวใช้เงิน 8.9ล้านดอลลาร์สหรัฐซื้อ รูปปั้นหัวม้าทองแดง ที่เคยถูกกองทัพฝรั่งเศสขโมยไปจากพระราชวังจีนเมื่อ 150 ปีก่อน ก่อนที่โฮจะบริจาคงานศิลปะล้ำค่านั้นคืนให้กับพิพิธภัณฑ์จีน
ในปี 2009 โฮ เคยเข้ารับการผ่าตัดสมองหลังจากล้มในบ้านพัก และต้องใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 7 เดือน หลังจากนั้นก็ต้องนั่งบนรถวีลแชร์ และไม่ค่อยได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะเท่าไรนัก
โฮ ใช้ชีวิตอยู่กับ ภรรยา 3 คน ลูก 16 คน โดยโรเบิร์ต ลูกคนโต เสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ที่โปรตุเกส ตั้งแต่ปี 1981
โฮ เคยตกเป็นข่าวดังด้วยการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อให้สามารถแบ่งมรกดหุ้นของบริษัท เอสเจเอ็ม โฮลดิ้ง ของตนให้กับลูกๆทุกๆคนอย่างเท่าเทียม ซึ่งก็สิ้นสุดลงได้ด้วยดี
โฮ ผู้ที่จากโลกนี้ไปด้วยวัย 98 ปี เคยระบุถึงความภาคภูมิใจที่มีส่วนสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเกาะเล็กๆอย่างมาเก๊า จากเดิมที่เป็นเกาะเล็กๆที่เงียบเหงาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆของนักพนันทั่วโลก
กลายเป็นเกาะที่มีสีสันมากที่สุดแห่งหนึ่งได้อย่างทุกวันนี้

