“มะกัน-บราซิล” ประท้วง “ไทย” กรณีแบนพาราควอต-คลอไพริฟอส

แฟ้มภาพรอยเตอร์

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สหรัฐอเมริกาและบราซิล ได้แยกกันยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) คัดค้านแนวทางของไทยซึ่งแจ้งต่อดับเบิลยูทีโอว่า กำลังเตรียมการห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีสารพิษตกค้างจากการใช้สารเคมีประเภทพาราควอตและ คลอไพริฟอส โดยอ้างว่า คำสั่งห้ามดังกล่าวเกิดจากการพยายามจำกัดการนำเข้า ไม่ได้เกิดจากความจำเป็น และไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ใดๆ ที่แสดงให้เห็นถึงพิษภัยของสารดังกล่าวเพื่อแสดงถึงความชอบธรรมของการห้ามนำเข้าของไทยตามข้อกำหนดใน ความตกลงองค์การการค้าโลกว่าด้วยการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช อันจะยังผลให้การค้าระหว่างประเทศถูกจำกัดลง สร้างความเสียหายให้กับทั้งสองประเทศรวมกันกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์

นายรัสส์ ไนซ์ลีย์ อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านการเกษตร ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ระบุไว้ในจดหมายคัดค้านดังกล่าวว่า ทางสหรัฐอเมริกามีความกังวลต่อการดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งซึ่งดูเหมือนจะเป็นวิธีการจำกัดทางการค้ามากกว่าที่จะเป็นความจำเป็น ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าจากทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ไทยนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวสาลีทั้งหมดจากสหรัฐอเมริกาและบราซิล โดยในปีที่ผ่านมาไทยเป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ 8 ของโลกด้วยมูลค่า 525 ล้านดอลลาร์และนำเข้าจากบราซิลสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกที่มูลค่า 602 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังเป็นตลาดข้าวสาลีใหญ่เป็นอันดับ 10 ของสหรัฐอเมริกา โดยการนำเข้าถั่วเหลืองและข้าวสาลีดังกล่าวนำมาใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์หลากหลายตั้งแต่น้ำมันปรุงอาหาร, ก๋วยเตี๋ยว เรื่อยไปจนถึงอาหารสัตว์

รอยเตอร์ระบุว่า ไทยห้ามใช้สารเคมีสำหรับฆ่าวัชพืช พาราควอต และยาฆ่าแมลงที่ใช้สารคลอไพริฟอส มาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา การห้ามใช้ดังกล่าวส่งผลต่อเนื่องให้ต้องออกกฎห้ามนำเข้าสินค้าที่มีสารเคมีต้องห้ามดังกล่าวนี้ตกค้างอยู่ ซึ่งอยู่ระหว่างการร่างและทบทวนจากกลุ่มที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องก่อนประกาศใช้เป็นทางการต่อไป ซึ่งคาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้

Advertisement

พาราควอต เป็นสารเคมีที่มีงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า เป็นสารก่อให้เกิดโรคพาร์คินสัน ถูกห้ามใช้ในหลายประเทศรวมทั้งในสหภาพยุโรป และจีน แม้แต่บราซิลเองก็ยังห้ามใช้สารเคมีชนิดนี้เมื่อเร็วๆนี้ ในขณะที่งานวิจัยหลายชิ้นแสดงถึงการเชื่อมโยงระหว่างสารคลอไพริฟอสกับปัญหาพัฒนาการทางสมองในเด็ก สารนี้ห้ามใช้ในยุโรปและในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม บราซิล และสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้ไทยยังคงอนุญาตให้นำเข้าสินค้าดังกล่าวต่อไปได้ภายใต้ข้อจำกัดระดับสารพิษตกค้างสูงสุดในอาหารมนุษย์และอาหารสัตว์ (เอ็มอาร์แอล) ซึ่งมีมาตรฐานสากลหรือ โคเด็กซ์ กำกับอยู่ว่าต้องมีระดับตกค้างสูงสุดเป็นเท่าใด

ทั้งนี้หลายประเทศห้ามใช้พาราควอตและคลอพิไรฟอสภายในประเทศ แต่ยังคงอนุญาตให้มีการนำเข้าสินค้าที่ใช้สารเคมีเหล่านี้ในกระบวนการผลิตเพียงกำหนดระดับสารตกค้างไว้ไม่เกินมาตรฐานเอ็นอาร์แอลเท่านั้น

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image