
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา อ้างเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียเปิดเผยว่า การกลัวมีมลทินหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อ เป็นอุปสรรคหนึ่งของเจ้าหน้าที่ในความพยายามหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในอินโดนีเซีย ที่เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากที่สุดในอาเซียนอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากมีประชาชนส่วนหนึ่งปฏิเสธที่จะเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา เพราะไม่ต้องการให้ตนเองมีมลทิน
เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยกกรณีการลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อไวรัสในพื้นที่ตลาดทาบานัน บนเกาะบาหลี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน มาเป็นตัวอย่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งเป้าจะตรวจหาเชื้อไวรัสให้กับผู้ค้าในตลาดดังกล่าวให้ได้ 2,200 คน แต่มีผู้ค้า 200 คนที่ไม่ยอมมาตรวจหาเชื้อ เช่นเดียวกับที่ตลาดโซล็อก ในจังหวัดสุมาตราตะวันตก ที่ผู้ค้าปฏิเสธเข้ารับการตรวจหาเชื้อราว 150 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบอกว่าผู้ที่ไม่มารับการตรวจอาจกลัวว่าตนเองจะด่างพร้อยและต้องกักตัวหากพบว่าติดเชื้อ

ขณะเดียวกันยังมีความเข้าใจผิดๆ ที่ในบางหมู่บ้านบนเกาะชวาและกาลิมันตันที่ไม่อนุญาตให้จัดงานศพของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพราะกลัวว่าการฝังศพอาจจะทำให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดได้ ด้านแพทย์ในพื้นที่เปิดเผยด้วยว่าคนไข้บางรายที่แสดงอาการ แต่ปฏิเสธที่จะไปตรวจรักษาในโรงพยาบาลที่กำหนด เพราะกลัวการตราหน้าที่ตนเองอาจต้องเผชิญ
จัสมัน รีซาล โฆษกของคณะทำงานตอบสนองโควิด-19 ในจังหวัดสุมาตราตะวันตกกล่าวว่า อาจมีความกลัวหรือความบอบช้ำทางจิตใจ ซึ่งเราจะต้องหาเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ให้ได้และรัฐบาลจะต้องโน้มน้าวและให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องนี้
ด้านนายซุลฟีการ์ อามีร์ นักสังคมวิทยาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางในสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่าความรู้สึกกลัวเรื่องมลทินที่เกิดขึ้นมาจากข้อมูลที่จำกัด ซึ่งเรื่องนี้เป็นตัวแปรที่ชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารและการกระจายข้อมูลข่าวสารในอินโดนีเซียนั้นยังไม่ประสบผล
