กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ออกข่าวสารนิเทศว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วม 3 การประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36 โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือของอาเซียนในการรับมือกับความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุข รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดน ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ประชุมให้ความเห็นชอบเอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 เน้นย้ำการร่วมมือพหุภาคีในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 การมีแผนฟื้นฟูที่ครอบคลุม และรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวและความเป็นแกนกลางของอาเซียน เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโควิด-19
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (Informal Meeting of ASEAN Foreign Ministers) การประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political-Security Community Council Meeting: APSC) ครั้งที่ 21 และการประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน (ASEAN Coordinating Council Meeting: ACC) ครั้งที่ 26 ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยมีนาย Pham Binh Minh รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในฐานะประธานอาเซียนปีนี้เป็นประธานการประชุม และมีรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทั้งหมด รวมถึงเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วม
ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกและความไม่แน่นอนที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทุกประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกันและยึดมั่นในระบอบพหุภาคี โดยที่ประชุมฯ เห็นพ้องว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 มิได้เป็นเพียงวิกฤตด้านสาธารณสุข แต่ยังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น อาเซียนควรส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวและความเป็นแกนกลางของอาเซียนในการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโควิด-19 นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค อาทิ ทะเลจีนใต้ สถานการณ์ในรัฐยะไข่ และการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย

ที่ประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ครั้งที่ 21 ได้หารือเกี่ยวกับพัฒนาการการดำเนินการตามแผนงานประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ค.ศ. 2025 โดยเฉพาะความร่วมมือในกรอบกลาโหมผ่านศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน ซึ่งได้มีส่วนช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของอาเซียนในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19
ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ย้ำความสำคัญของความร่วมมือในเสาการเมืองและความมั่นคงในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุข รวมทั้งการส่งเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการชายแดน และความมั่นคงทางไซเบอร์
ที่ประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน ครั้งที่ 26 ได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 36 รวมทั้งติดตามผลการดำเนินการตามมติที่ประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม สมัยพิเศษ ว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เมื่อวันที่ 14 เมษายน โดยที่ประชุมฯ ได้ให้ความเห็นชอบเอกสารขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกองทุนอาเซียนเพื่อรับมือกับโควิด-19 และผลักดันให้ใช้ประโยชน์จากกองทุนดังกล่าว ตลอดจนสนับสนุนการจัดทำแผนฟื้นฟูที่ครอบคลุมของอาเซียน
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มพูนความร่วมมือในการเสริมสร้างประชาคมอาเซียน รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งไทยในฐานะผู้ประสานงานของอาเซียนในเรื่องดังกล่าว ได้แจ้งผลการจัดการประชุม High-Level Brainstorming Dialogue on Enhancing Complementarities between the ASEAN Community Vision 2025 and the UN 2030 Agenda for Sustainable Development ครั้งที่ 4 ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน และแผนงานประจำปี 2563 ของศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ปรับปรุงให้สอดคล้องกับประเด็นที่อาเซียนให้ความสำคัญหลังโควิด-19


