ไม่รอดโควิด! แฟรนไชส์ ‘พิซซาฮัท-เวนดีส์’ ในอเมริกา ยื่นล้มละลาย

ซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ว่า บริษัท เอ็นพีซี อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นผู้บริหารร้านพิซซาฮัท 1,200 สาขากับ ภัตตาคาร เวนดีส์ อีกเกือบ 400 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา ยื่นขอความคุ้มครองจากเจ้าหนี้ตามมาตรา 11 ของกฎหมายล้มละลายในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม หลังต้องแบกภาระหนี้เกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางต้นทุนอาหารและการว่าจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่แฟรนไชส์ ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทอย่าง พิซซาฮัท ต้องปิดร้านชั่วคราวและยอดขายลดลงอย่างมากในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา

นายจอน เวเบอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) แผนกพิซซาฮัทของ เอ็นพีซี ระบุว่า การยื่นขอความคุ้มครองครั้งนี้เพื่อประเมินและปรับปรุงพอร์ทโฟลิโอด้านภัตตาคารของบริษัทให้ได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อให้อยู่ในสถานะที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งประเทศได้

รายงานข่าวระบุว่า เอ็นพีซี จะยังคงดำเนินกิจการต่อไปขณะที่ทำตามกระบวนการในมาตรา 11 ทั้งนี้บริษัทว่าจ้างพนักงานเกือบ 40,000 คนใน 27 รัฐของสหรัฐอเมริกา ด้าน โฆษกของพิซซาฮัท ออกแถลงการณ์สนับสนุนการตัดสินใจของบริษัทเอ็นพีซี โดยอ้างว่าผลลัพธ์จะทำให้ระดับหนี้สินขององค์กรลดลงมาอยู่ในระดับที่ยั่งยืน โดยบริษัท ยัมแบรนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของพิซซาฮัทจะยังคงให้ความสำคัญต่อความเป็นเลิศในด้านปฏิบัติการรวมทั้งยังจะลงทุนในกิจการภัตตาคารเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้ทั้งระบบแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไปในระยะยาว

ทั้งนี้ ยัมแบรนด์ระบุว่า ขณะนี้ ยอดขายของ พิซซาฮัท ซึ่งทั่วทั้งสหรัฐอเมริกามีทั้งหมด 7,100 สาขาที่เปิดดำเนินการมาอย่างน้อย 1 ปี เริ่มกระเตื้องขึ้นจากระดับต่ำสุดเมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งเกิดการระบาดของโควิด-19อย่างหนัก

เอ็นพีซีเป็นบริษัทอเมริกันล่าสุดที่ยื่นขอความคุ้มครองตามกฎหมายล้มละลายเพราะวิกฤตโควิด ต่อจาก จีเอ็นซี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ชัค อี. ชีส, 24 อาวร์ฟิตเนส, นีแมน มาร์คัส, เจ. ครูว์ ซึ่งยื่นล้มละลายไปในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฮอลแลนด์ เปิดย่านโคมแดงแล้ว ไม่ต้องใส่หน้ากากแต่ห้ามจูบ
บทความถัดไปแพทยสภาแจงประกาศ “10 ข้อพึงปฏิบัติผู้ป่วย” แค่สร้างความเข้าใจ ไร้บทลงโทษ