สารผ่านวีดิทัศน์ของนายฌัก ลาปูฌ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำ ประเทศไทย เนื่องในโอกาสวันชาติฝรั่งเศส วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

สารผ่านวีดิทัศน์ของนายฌัก ลาปูฌ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำ ประเทศไทย เนื่องในโอกาสวันชาติฝรั่งเศส วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

เพื่อนชาวฝรั่งเศส และมิตรสหายของประเทศฝรั่งเศสที่รักทุกท่านผมไม่คาดคิดว่าวันที่เราจะไม่สามารถฉลองวันชาติของเรา“ได้จริง” จะมาถึง เพราะวันที่14 กรกฎาคมมีความสำคัญฝังลึกอยู่ในใจของชาวฝรั่งเศสทุกคน เป็นวันที่บ่งบอกถึงคุณค่าแห่งเสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพที่เราเชิดชูอย่างไรก็ดี ณ กรุงปารีส ปีนี้ก็ยังมีพิธีทางทหารแทนการสวนสนามที่เคยมีมาและที่นี่ ผมเองก็ต้องกล่าวกับทุกท่านผ่านวีดิทัศน์ทั้งหมดนี้ทำให้เราได้ประจักษ์แล้วว่าการระบาดของโรคโควิด-19 ได้พลิกผันชีวิตและสังคมของเรามากเพียงใด ทำให้เศรษฐกิจทั้งหลายหยุดชะงัก และเผยให้รู้ว่าชีวิตเรานั้นช่างเปราะบาง

โชคดีที่สถานการณ์ปัจจุบันมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งนี้เนื่องจากเราได้ร่วมกันปฏิบัติตนอย่างมีความรับผิดชอบโอกาสนี้ ผมขอชื่นชมความมุ่งมั่นตั้งใจของทางการไทยและประชาชนชาวไทยซึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถควบคุมโรคระบาดได้อย่างดีเยี่ยม ประเทศฝรั่งเศสเองก็ได้ยกเลิกมาตรการปิดเมือง (Lockdown) แล้วประชาชนทยอยกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เราได้เริ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมกับเปิดพรมแดนอีกครั้งให้แก่ประเทศยุโรปและประเทศอื่นๆ บางประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ผมจึงขอเชิญชวนมิตรชาวไทยของเรากลับไปเยือนประเทศฝรั่งเศสซึ่งยังคงสวยงามเหมือนเดิม และเรากำลังรอต้อนรับท่านด้วยมิตรไมตรียิ่ง

ในช่วงเวลายากลำบากที่ผ่านมา สิ่งที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกคือการให้ความคุ้มครองอย่างดีที่สุดแก่ชุมชนฝรั่งเศสในประเทศไทยและนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เนื่องจากชาวฝรั่งเศสชอบเดินทางมาประเทศไทย ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและท่องเที่ยว ดังนั้นในช่วงต้นของการระบาดจึงมีชาวฝรั่งเศสจำนวนมากอยู่ในประเทศไทย รัฐบาลฝรั่งเศสได้จัดเที่ยวบินมารับชาวฝรั่งเศสกลับประเทศหลายเที่ยวบินเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาและยังได้ด าเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์สังคม และการศึกษาแก่เพื่อนร่วมชาติของเราในกลุ่มเปราะบางที่สุด

บัดนี้เราต้องเตรียมการเพื่ออนาคตแล้ว ประเทศฝรั่งเศสได้ร่วมกับองค์การอนามัยโลกริเริ่มกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัย เร่งพัฒนาวัคซีน การรักษา และการวินิจฉัยโรค รวมทั ้งด าเนินการทุกทางเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้ประเทศฝรั่งเศสได้ประกาศให้การสนับสนุนด้านการเงินมากกว่า 500 ล้านยูโร แก่กองทุนดังกล่าว นอกจากนี้ประเทศฝรั่งเศสยังมีความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในโครงการ Ecomore ว่าด้วยโรคอุบัติใหม่และโครงการกองทุน Initiative 5% ซึ่งช่วยให้เกิดความต่อเนื่องในการให้บริการสุขภาพแก่ประชากรกลุ่มเปราะบางในประเทศไทยเนื่องด้วยสุขภาพเป็นสินค้าสาธารณะของโลก (Global Public Goods) ดังนั ้น ความร่วมมือส่วนใหญ่ของเราในประเทศไทยปี นี้ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการจัดสัมมนาหรือโครงการต่างๆจึงเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสินค้าสาธารณะของโลก ผ่านการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศ ขยะพลาสติก หรือภาวะโลกร้อน ภาคธุรกิจฝรั่งเศสในประเทศไทยเองก็ได้น าเสนอโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ ้น ซึ่งเป็ นโครงการที่สอดรับกับการด าเนินการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น โรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพของบริษัท Total Corbion PLA หรือโรงไฟฟ้ าขยะ
อุตสาหกรรมแห่งใหม่ที่กลุ่ม Suez ได้เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี ้ นอกจากนี ้ ประเทศฝรั่งเศสได้แสดงความประสงค์ขอรับสถานะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของอาเซียน ซึ่งก็มีความสอดคล้องกับแนวทางข้างต้นก่อนที่จะเกิดการระบาดของโรค ปี ที่ผ่านมาได้สะท้อนพลังแห่งความร่วมมือด้านวัฒนธรรมของเรา ไม่ว่าจะเป็นการจัดงาน Galleries’ Night ครั้งล่าสุด การจัดแสดงผลงานโครงการ D17/20 : Design in Southeast Asiaโดยหลังเสร็จจากที่กรุงเทพฯ แล้ว จะนำไปจัดแสดงต่อในงาน Paris Design Week การปรับปรุงอาคารสมาคมฝรั่งเศสเชียงใหม่ และที่ส าคัญคือการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 333 ปี การส่งคณะราชทูตสยามนำโดยเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน) ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อันถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพฝรั่งเศส-ไทยที่ยืนยาวมานานหลายศตวรรษ และผมมั่นใจว่ามิตรภาพ
ดังกล่าวจะกระชับแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นภายหลังวิกฤตที่เพิ่งผ่านพ้นไป

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณทุกท่านและขอเชิญรับฟังเพลงชาติของเราซึ่งขับร้องโดย สเตฟาน เซเนชาล(Stéphane Sénéchal) นักร้องอุปรากรชาวฝรั่งเศส จากหน้าต่างห้องพักในกรุงปารีสในช่วงมาตรการปิดเมือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘จงรัก วัชรินทร์รัตน์’ อธิการบดี ม.เกษตรฯ
บทความถัดไปสถานพยาบาลกว่า 100 แห่ง ขอเป็น “รพ.ทางเลือก” ดูแลผู้ป่วยต่างแดน รอ ศบค.ไฟเขียว!