ชายชาวจีนติดคุกฟรี 27 ปี! หลังศาลกลับคำตัดสินว่าไม่มีความผิด คดีฆาตกรรมเด็ก

นายจาง วี่ ฮ่วน อดีตผู้ต้องขังชาวจีน หลังได้รับอิสรภาพ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากต้องติดคุกฟรีนานถึง 27 ปี จากการถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมเด็กชาย 2 ราย ในปี 1993 (ภาพเวยป๋อ)

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ศาลจีนกลับคำตัดสินให้นายจาง วี่ ฮ่วน นักโทษชายชาวจีน ปัจจุบันอายุ 52 ปี พ้นผิดจากในคดีฆาตกรรมเด็กชาย 2 รายในปี 1993 หลังจากนักโทษรายนี้ติดคุกมาแล้วนานถึง 27 ปี โดยศาลชี้ว่าไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่านายจางกระทำความผิดในคดีฆาตกรรมดังกล่าว

โดยศาลสูงประชาชนในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกของจีน มีคำตัดสินคดีนี้เมื่อวันอังคาร(4 ส.ค.)ที่ผ่านมาชี้ว่า หลังจากศาลได้พิจารณาวัตถุพยานต่างๆ ไม่พบหลักฐานที่พิสูจนได้ว่านายจางกระทำความผิด จึงขอประกาศให้นายจางเป็นผู้บริสุทธิ์”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายจาง เป็นนักโทษที่ถูกศาลตัดสินผิดพลาดว่าเขากระทำผิด ซึ่งถูกจองจำอยู่ในเรือนจำยาวนานที่สุดในประเทศจีน ขณะที่ในการตัดสินชี้ขาดคดีนี้ ศาลได้แต่เพียงกล่าวขอโทษนายจางจากการตัดสินผิดพลาดที่ทำให้นายจางต้องติดคุกฟรีนานถึง 27 ปี

ทั้งนี้ในปี 1995 นายจางถูกศาลพิพากษาโทษประหารชีวิต แต่เขาได้รับการลดโทษลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต หลังจากถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำมาแล้ว 2 ปี ที่ผ่านมานายจางยื่นอุทธรณ์เพื่อขอสู้คดีมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่เคยประสบผลสำเร็จ โดยนายจางยังกล่าวอ้างด้วยว่าเขาถูกตำรวจทำร้ายร่างกายและบังคับให้สารภาพ ก่อนที่ในเดือนมีนาคมปีที่แล้วศาลในมณฑลเจียงซีจะเห็นชอบให้มีการไต่สวนคดีนายจางใหม่ กระทั่งมีคำวินิจฉัยตัดสินให้นายจางพ้นผิดเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ความผิดได้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าหลังจากได้รับอิสรภาพ นายจางได้กลับไปอยู่กับครอบครัวและอาหารมื้อแรกที่เขาได้กินหลังติดคุกนานถึงง 27 ปี คือ บัวลอยและไข่พะโล้

ด้านทนายความของนายจางเปิดเผยกับสื่อทางการจีนอีกสำนักว่า ลูกความของตนต้องการการชดเชยความเสียหาย และต้องการให้มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีผิดพลาด มารับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘คณะประชาชนปลดแอก’ แถลงเปิดตัวพรุ่งนี้ อนุสาวรีย์ ปชต. ลั่นไม่ทนอีกต่อไป ขอจุดไฟแห่งความหวัง
บทความถัดไป‘ปั่นปลอดภัย ไประยองฮิ’ พร้อม 100% เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก