เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ สั่งให้ประชาชนในพื้นที่เมืองหลวงแห่งนี้ต้องใส่หน้ากากป้องกันเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นในร่มหรือกลางแจ้ง เป็นครั้งแรก ในความพยายามที่จะควบคุมสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ที่กลับมามีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีศูนย์กลางการระบาดซ้ำอยู่ในกรุงโซล ซึ่งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี(เคซีดีซี) รายงานก่อนหน้านี้ว่าจนถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์(23 ส.ค.)ที่ผ่านมาเกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 266 ราย ซึ่งลดลงจากหนึ่งวันก่อนหน้ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 397 ราย ขณะที่เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นรายวันเป็นหลักร้อยต่อเนื่องกันมากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว โดยล่าสุดเกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 17,665 คน และมีผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 309 ราย

ทั้งนี้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้ได้บังคับให้ประชาชนใส่หน้ากากป้องกันเมื่อใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะและรถแท็กซี่เท่านั้น แต่หลังจากเกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขห่วงวิตกและเห็นถึงความจำเป็นที่อาจจะต้องยกระดับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมขึ้นสู่เฟส 3 หรือระดับสูงสุด เพื่อสกัดการแพร่ระบาด

โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดีมุน แช อิน ของเกาหลีใต้ ได้กล่าวกับผู้ช่วยระดับสูงของเขาว่า หากเราไม่สามารถยุติการระบาดได้ในตอนนี้ เราก็ไม่มีทางเลือก นอกจากการยกระดับมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมขึ้นสู่เฟส 3 ทั้งนี้มาตรการภายใต้เฟส 3 นี้ จะทำให้โรงเรียนและภาคธุรกิจถูกสั่งปิด ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชีย

