“ยูนิเซฟ” ชี้ช่องโหว่ “เรียนทางไกล” เด็ก 463 ล้านคนทั่วโลกเข้าไม่ถึง!

27.08.20 | 17:59 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างกรณีศึกษาของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เผยแพร่ในวันพุธ(26 ส.ค.) ที่ผ่านมาชี้ว่า ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และโรงเรียนจำนวนมากต้องปิดโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคนั้น ทว่ามีเด็ก 1 ใน 3 ของเด็กนักเรียนทั่วโลกหรือเป็นจำนวนราว 463 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงการเรียนทางไกลได้ หากทางโรงเรียนให้เรียนทางไกล

รายงานของยูนิเซฟระบุว่า เด็กทั่วโลกราว 463 ล้านคน ไร้ซึ่งอุปกรณ์หรือการเข้าถึงทางอิเล็กทรอนิกส์ในการเรียนทางไกล ขณะที่ยูเอ็นประมาณการว่าเด็กทั่วโลกราว 1,500 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์หรือการปิดโรงเรียนเนื่องจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

นางเฮนเรียตตา โฟเร ผู้อำนวยการบริหารของยูนิเซฟ กล่าวว่า มีเด็กจำนวนมากต้องประสบปัญหายุ่งยากในการเรียนเป็นเวลานานหลายเดือนเช่นนี้ ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการศึกษา ผลสะท้อนกลับอาจจะปรากฏขึ้นตามมาในภาคเศรษฐกิจและสังคมขึ้นได้ในหลายทศวรรษข้างหน้า

รายงานชิ้นนี้ของยูนิเซฟที่ทำการศึกษาข้อมูลโดยวัดจากการเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ต สื่อโทรทัศน์และวิทยุในประเทศต่างๆ ราว 100 ประเทศ ยังเน้นย้ำให้เห็นถึงช่องว่างความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ในการเข้าถึงการศึกษาทางไกลของเยาวชน ที่เด็กในยุโรปจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเด็กในทวีปแอฟริกาหรือพื้นที่ส่วนหนึ่งของเอเชีย เป็นต้น และยังชี้ว่าถึงแม้เด็กจะเข้าถึงช่องทางในการเรียนทางไกล แต่ก็อาจจะเผชิญกับอุปสรรคปัญหาในการเรียนได้เช่นกัน เช่นอาจจะมีสภาพแวดล้อมในการเรียนที่บ้านที่ไม่เอื้ออำนวย หรือมีความกดดันที่จะต้องทำงานอย่างอื่นให้กับครอบครัวไปด้วย หรือการขาดการสนับสนุนทางเทคนิคเมื่อคอมพิวเตอร์เกิดปัญหาขึ้น

ยูนิเซฟระบุอีกว่าในจำนวนเด็กทั่วโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงการเรียนทางไกลได้ อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและตอนใต้ 67 ล้านคน ในแอฟริกาตะวันตกและตอนกลาง 54 ล้านคน ในแปซิฟิกและเอเชียตะวันออก 80 ล้านคน ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ 37 ล้านคน ในเอเชียใต้ 147 ล้านคน และ ในละตินอเมริกาและภูมิภาคแคริบเบียน 13 ล้านคน

Advertisement