อินเดียเศร้า! อดีต ปธน. ‘ประนาบ มุกเคอร์จี’ ลาโลก ในวัย 84 หลังอวัยวะในร่างกายล้มเหลว-พ่วงติดเชื้อโควิด

แฟ้มภาพ อดีตประธานาธิบดีประนาบ มุกเคอร์จี ของอินเดีย (รอยเตอร์)

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า อดีตประธานาธิบดีประนาบ มุกเคอร์จี ของอินเดีย ถึงแก่อสัญกรรมลงแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. ขณะมีอายุ 84 ปี เนื่องจากการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว หลังจากอดีตผู้นำอินเดียผู้นี้ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยยังมีภาวะของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาร่วมด้วย จากการเปิดเผยของครอบครัวนายมุกเคอร์จีในวันเดียวกันนี้

ทั้งนี้ นายมุกเคอร์จี นักการเมืองเชื้อสายเบงกอล เป็นประธานาธิบดีอินเดียคนที่ 13 โดยดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2012-2017 นายมุกเคอร์จียังเป็นบุตรบุญธรรมของนางอินทิรา คานธี อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงอินเดีย และเคยร่วมทำงานในรัฐบาลนางคานธีด้วย ก่อนที่แววรุ่งทางการเมืองของนายมุกเคอร์จีจะค่อยมัวหม่นลง หลังจากนางคานธีถูกลอบสังหารเสียชีวิตในปี 1984 และเขากลายมาเป็นคู่แข่งของนายราชีพ คานธี บุตรชายของนางคานธีในการกุมบังเหียนพรรรคองเกรสและการสืบทอดอำนาจนายกรัฐมนตรีจากนางคานธี

ก่อนที่นายมุกเคอร์จีจะแยกตัวออกจากพรรคคองเกรสไป แต่หลังจากนายราชีพถูกลอบสังหารเสียชีวิตในปี 1991 นายมุกเคอร์จีได้กลับมาฉายแววรุ่งโรจน์บนเส้นทางการเมืองอีกครั้ง กระทั่งได้ขึ้นเป็นมือขวาของนายมันโมหัน ซิงห์ นายกรัฐมนตรีอินเดียในช่วงระหว่างปี 2004-2014 โดยนายมุกเคอร์จีเคยดำรงตำแหน่งทั้งรัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีคลังอินเดีย และยังได้รับการยกย่องนับถือในวงการเมืองอินเดียในฐานะเป็นนักเจรจาที่เปี่ยมไปด้วยทักษะ

อย่างไรก็ตาม ในบทบาทรัฐมนตรีคลัง นายมุกเคอร์จีตกเป็นที่วิจารณ์อย่างหนักจากความล้มเหลวในการผลักดันการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ก่อนที่ในปี 2012 นายมุกเคอร์จีจะรับตำแหน่งประธานาธิบดีที่มีบทบาทเป็นผู้นำเชิงสัญลักษณ์ของอินเดียและจนอยู่ครบวาระ 5 ปีถึงในปี 2017

หลังทราบข่าวการเสียชีวิต นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียแห่งพรรคภาราติยะชนะตะ ได้ออกมากล่าวยกย่องนายมุกเคอร์จีว่า เขาได้ทิ้งแนวทางการพัฒนาประเทศไว้ให้กับเราและเป็นรัฐบุรุษคนสำคัญที่ได้รับการนับถือจากทุกผู้คนในวงการเมือง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฝนตก ถนนลื่น รถรับ-ส่งนักเรียนพลิกคว่ำ เส้นทางพิษณุโลก-สากเหล็ก เจ็บนับสิบ
บทความถัดไป‘2 ปรอท 1 กระบอกเสียง’ รูปแบบการสื่อสารสภาวะเศรษฐกิจในยุคโควิด : สันติธาร เสถียรไทย