“นักวิชาการเยอรมัน” ชี้อาจต้องสู้กับการระบาดของ “โควิด-19” ไปอีกยาวถึง 3 ปี

แฟ้มภาพรอยเตอร์

หนังสือพิมพ์ เดลี เรคคอร์ด รายงานเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา อ้างบทสัมภาษณ์ของศาสตราจารย์ เฮนดริก สตรีค นักวิชาการด้านไวรัสวิทยาซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยด้านไวรัสวิทยาและเอชไอวี ของมหาวิทยาลัยบอนน์ ประเทศเยอรมนี ระบุว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะยังคงอยู่อีกยาวนานและเพิ่มปริมาณการแพร่ระบาดขึ้นเป็นพักๆ เหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในสก็อตแลนด์และในอีกหลายพื้นที่ในยุโรปในเวลานี้

ศาสตราจารย์สตรีคกล่าวว่า ความหวังที่ว่าเมื่อมีวัคซีนเกิดขึ้นจะยุติการแพร่ระบาดได้นั้นในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถรู้ได้แน่ชัด เพียงแค่มีโอกาสเป็นไปได้เท่านั้น วัคซีนอาจไม่สามารถให้หลักประกันได้ถึงขนาดนั้น นอกเหนือจากนั้นวัคซีนที่ว่านี้อาจผลิตได้ไม่เร็วพอ หรืออาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ดังนั้นประชาชนทั่วไปจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวันเพื่อให้อยู่รอดได้ควบคู่ไปกับการระบาด ซึ่งคาดว่าในปี 2566 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า คนเราก็ยังคงจำเป็นต้องต่อสู้อยู่กับการแพร่ระบาดอยู่ต่อไป

“มันจะยังคงอยู่ที่นี่ในอีก 3 ปีข้างหน้า และพวกเราก็ต้องหาหนทางที่จะใช้ชีวิตอยู่กับมันให้ได้ต่อไป” ศาสตราจารย์สตรีคระบุ

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์สตรีค เคยได้รับมอบหมายจากทางการเยอรมนีให้รับผิดชอบการรับมือกับการแพร่ระบาดที่เมืองแกนเกลท์ แคว้นไฮน์สเบิร์ก บริเวณชายแดนติดต่อกับประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการระบาดหนักที่สุดของเยอรมนี และใช้พื้นที่แกนเกลท์ สำหรับทำวิจัยเพื่อค้นหารูปแบบการแพร่ระบาดจากครัวเรือนไปสู่อีกครัวเรือนหนึ่ง โดยตรวจสอบกลุ่มตัวอย่าง 919 คนจาก 405 ครัวเรือน พบว่าส่วนใหญ่ของการระบาดเกิดการเข้าร่วมในงานปาร์ตีที่จัดขึ้นในครัวเรือน โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อได้รับจากการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตีเพียงคืนเดียวเท่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องระงับไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon