“ออกซ์แฟม”ร้องหาวัคซีนประชาชน ชี้ชาติเศรษฐีจองแล้วกว่าครึ่ง
เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายนนี้ระบุว่า ออกซ์แฟม องค์การเอกชนไม่แสวงกำไร ของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานผลการวิเคราะห์การจัดหาวัคซีนสำหรับป้องกันโรคโควิด-19 ของ 5 ผู้ผลิตและพัฒนาวัคซีนที่รุดหน้ามากที่สุด ซึ่งประกอบด้วย แอสทราเซเนกา, สปุตนิค, โมเดอร์นา, ไฟเซอร์ และ ซิโนแวค พบว่า ศักยภาพในการผลิตสูงสุดของทั้ง 5 วัคซีนอยู่ที่ 5,900 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอต่อประชากรเพียง 3,000 ล้านคน ในกรณีที่วัคซีนทั้งหมดเหล่านี้มีแนวโน้มสูงว่าจำเป็นต้องใช้ 2 โดสต่อคนเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ
ออกซ์แฟมระบุว่า ในจำนวนดังกล่าว มีการทำสัญญาผูกมัดไว้แล้วถึง 5,300 ล้านโดส โดย 51 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทั้งหมดหรือราว 2,700 ล้านโดสนั้นเป็นการทำสัญญาซื้อล่วงหน้าของประเทศพัฒนาแล้วซึ่งมีสัดส่วนของประชากรรวมเพียง 13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรวมทั้งประเทศอย่าง สหรัฐ, สหราชอาณาจักร, สหภาพยุโรป, ออสเตรเลีย, ฮ่องกงและมาเก๊า, ญี่ปุ่น, สวิตเซอร์แลนด์และอิสราเอล
ส่วนที่เหลืออีก 2,600 ล้านโดส ก็มีสัญญาซื้อผูกมัดอยู่แล้วโดยชาติกำลังพัฒนาอย่าง อินเดีย, จีน, บราซิล, อินโดนีเซีย และเม็กซิโก เป็นอาทิ นอกจากนั้นยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า โมเดอร์นา เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะขายวัคซีนที่ผลิตได้ทั้งหมดให้กับประเทศมั่งคั่งเพื่อทำกำไร ทั้งๆที่ โมเดอร์นา ได้รับการสนับสนุนเงินจากภาษีอากรของประชาชนทั่วไปไปมากถึง 2,500 ล้านดอลลาร์
ในรายงานดังกล่าว ออกซ์แฟมและบรรดาองค์กรอื่นๆ จึงร่วมกันเรียกร้องให้มี “วัคซีนของประชาชน” ซึ่งจัดสรรให้แบบให้เปล่า และจัดสรรบนพื้นฐานของความจำเป็นเท่านั้น

