สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานคำแถลงของศูนย์ข้อมูลเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจีน(ซีเอ็นเอ็นไอซี) เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ระบุว่า จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในจีน ที่เป็นประเทศที่มีพลเมืองในโลกออนไลน์มากที่สุดในโลกอยู่แล้ว มีเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 700 ล้านคนแล้ว ในขณะที่จีนกำลังพยายามทำให้อินเตอร์เน็ตกลายเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจแหล่งใหม่ของจีน
ซีเอ็นเอ็นไอซี ระบุว่า จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในจีนจนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อยู่ที่ 710 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา 3.1 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในที่นี้ถูกนิยามว่าคือผู้ที่เข้าถึงโลกออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในจีนในขณะนี้ถือว่ามากกว่าในสหรัฐอเมริกาถึงกว่าเท่าตัว
ซีเอ็นเอ็นไอซี ระบุอีกว่า ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตชาวจีนมากถึง 92.5 เปอร์เซ็นต์ เข้าถึงโลกออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ทว่าจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในพื้นที่ชนบทของจีนยังคงมีน้อย คิดเป็นไม่ถึง 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในจีนทั้งหมด เหตุที่เป็นเช่นนั้นเป็นเพราะชาวจีนชนบทส่วนใหญ่อาจไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์หรือการใช้อินเตอร์เน็ต หรืออาจไม่มีความสนใจในเรื่องนี้
เอเอฟพี รายงานว่า จีนเป็นประเทศที่มีการควบคุมเนื้อหาในโลกออนไลน์อย่างเข้มข้น อย่างไรก็ดี การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีคอมเมิร์ซ กลับเป็นส่วนสำคัญในความพยายามของจีนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้นด้วยอุปสงค์ของผู้บริโภค โดยรัฐบาลจีนกำลังผลักดันโครงการที่เรียกว่า “อินเตอร์เน็ต พลัส” ที่มุ่งขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีออนไลน์ในวงการอุตสาหกรรม อันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น โดยกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีหลายรายในจีนอย่างบริษัท อาลีบาบา ของนายแจ็ก หม่า มหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวจีน ก็กลายมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าทางธุรกิจนับหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีท่ามกลางพลเมืองออนไลน์ในจีนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น

