หน้าแรก ต่างประเทศ จับเข่าคุย &#...

จับเข่าคุย “เลนี โรเบรโด” รอง ปธน.ฟิลิปปินส์

4.08.16 | 12:00 น.

มาเรีย เลโอนอร์ เจโรนา โรเบรโด หรือ “เลนี โรเบรโด” รองประธานาธิบดีประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการคัดเลือกจาก “สภาสตรีแห่งชาติ” ของไทย ให้เป็น 1 ในสตรีผู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน และเดินทางมาประเทศไทยเพื่อรับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา

นางเลนี โรเบรโด ผู้หญิงคนที่สองที่ได้ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เปิดโอกาสให้ “มติชน” สัมภาษณ์พิเศษถึงประเด็นด้านการเมืองในประเทศ ปัญหาทะเลจีนใต้ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ รวมไปถึงมุมมองที่มีต่อประเทศไทย

นางโรเบรโดพูดถึงนโยบายของรัฐบาลฟิลิปปินส์ชุดใหม่นำโดยนายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดี ว่ารัฐบาลใหม่จะยังคงดำเนินนโยบายสนับสนุนด้านเศรษฐกิจต่อไปอย่างต่อเนื่อง

“ทุกคนคงได้อ่านแถลงการณ์ของประธานาธิบดีในการตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ก่อนหน้านี้ เช่น การประกาศดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดก่อนอย่างต่อเนื่องต่อไป” นางโรเบรโดระบุ

เรื่องทะเลจีนใต้ที่ศาลอนุญาโตตุลาการตัดสินให้จีนไม่มีสิทธิทางประวัติศาสตร์ที่จะอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะและปะการังในทะเลจีนใต้นั้น นางโรเบรโดระบุว่า “บางคนอาจตีความอย่างผิดๆ ว่าเราจะมีนโยบายที่ผ่อนปรนมากขึ้นกับจีน แต่ความหมายที่อยู่ภายใต้ข้อความนั้น อย่างที่รู้ว่าประชาชนโดยเฉพาะชาวฟิลิปปินส์กังวลอย่างยิ่งว่ารัฐบาลนี้จะดำเนินการอย่างไรกับผลคำตัดสินดังกล่าว สิ่งที่ประธานาธิบดีแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้คือการแก้ไขปัญหากับทางการจีนจะต้องไม่อยู่นอกเหนือจากคำตัดสินของศาล ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดี”

Advertisement

รองประธานาธิบดีอดีตทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่าในฐานะมิตรประเทศ ฟิลิปปินส์สามารถเรียนรู้จากไทยได้ในหลากหลายด้าน

“ประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งของฟิลิปปินส์ ถ้ามองถึงเรื่องความสัมพันธ์ด้านการค้า ฟิลิปปินส์ได้ประโยชน์ในด้านนี้อย่างมาก เช่น โครงการกระตุ้นตลาดรถยนต์ของไทยที่ฟิลิปปินส์ใช้เป็นต้นแบบ” นางโรเบรโดระบุ

พร้อมเสริมว่านโยบายดังกล่าว ฟิลิปปินส์นำมาใช้แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ตอนนี้กำลังมองหาการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานของไทยและฟิลิปปินส์เพื่อปรับปรุงนโยบายให้ประสบผล

“สิ่งที่ดิฉันสนใจอีกอย่างคือโครงการบ้านเอื้ออาทรสำหรับผู้มีรายได้น้อยของไทยที่ประสบผลสำเร็จ ดิฉันได้หารือกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของไทย และเป็นไปได้ว่าฉันอาจจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับทีมงานที่จะมาหารือเพื่อศึกษาในเรื่องนี้เพิ่มเติมและนำไปปรับใช้กับฟิลิปปินส์ต่อไป” นางโรเบรโด ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการการเคหะและพัฒนาเมืองด้วยระบุ

นางโรเบรโดกล่าวด้วยว่าประเทศไทยถือเป็นแรงบันดาลใจของประเทศฟิลิปปินส์

“ฟิลิปปินส์ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนแปลงการเติบโตให้เป็นไปอย่างครอบคลุม เพราะขณะที่เศรษฐกิจเป็นไปได้ดี แต่หากมองไปที่ภาวะความยากจน ผู้คนที่ยังตกงาน นั่นเหมือนกับเป็นความล้มเหลว ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังมองหาคือ สิ่งที่ไทยทำในอดีต สามารถเรียนรู้บทเรียนจากไทยได้ ไทยมีช่วงเวลาที่ยากลำบากจากความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่ไทยก็สามารถพลิกฟื้นกลับมาได้อย่างง่ายดาย นั่นเป็นแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ฟิลิปปินส์ต้องการ” นางโรเบรโดระบุ

ขณะที่ไทยกำลังจะตัดสินอนาคตประเทศจากการลงประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในสัปดาห์หน้า นางโรเบรโดระบุว่าประเทศฟิลิปปินส์กำลังอยู่ในเส้นทางเดียวกันกับไทยในอีกไม่นานนี้

“เรากำลังที่จะอยู่ในเรือลำเดียวกัน ในแง่ที่ว่าเราเพิ่งเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐบาลใหม่เริ่มงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา และแถลงการณ์อันดับแรกๆ ของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนใหม่ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” นางโรเบรโดกล่าว และว่า “ประเด็นคำถามสำคัญของฟิลิปปินส์คือจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าการใช้รัฐสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ นอกจากนี้ชาวฟิลิปปินส์จะต้องพิจารณาว่าจะมีการเปลี่ยนจากระบบปกครองแบบรวมศูนย์ไปเป็นแบบสาธารณรัฐ หรือจะมีการเปิดกว้างให้กับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้นหรือไม่”

นอกจากนี้รองประธานาธิบดีผู้ก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดจากการสูญเสียสามีอย่างนายเจสซี โรเบรโด รัฐมนตรีมหาดไทย ในเหตุการณ์เครื่องบินตกเมื่อปี 2555 ยังแสดงความเชื่อมั่นต่อการร่วมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน แม้จะมีตัวอย่างให้เห็นจากเหตุการณ์ “เบร็กซิท”

เมื่อไม่นานมานี้ยังคงหวังอย่างต่อเนื่องว่าอาเซียนจะแข็งแกร่งกว่าที่สหภาพยุโรปเคยเป็นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะฟิลิปปินส์นั้นหวังว่าอาเซียนจะเป็นโอกาสในอนาคต นางโรเบรโดกล่าวว่า ในโลกเรานั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยากลำบากเกิดขึ้น ฟิลิปปินส์ก็เพิ่งผ่านการเลือกตั้งที่ยากลำบาก

“ดิฉันคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเบร็กซิท สิ่งที่เกิดขึ้นกับการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งฟิลิปปินส์ เป็นสิ่งที่แปลความหมายได้เหมือนกับว่าโลกนี้กำลังต้องการความเปลี่ยนแปลง” นางโรเบรโดทิ้งท้าย